บิ๊กป๊อด สั่งเข้ม 17 จว.เหนือ ปรับแผนสกัด ‘เผา-ฝุ่นพิษ’ เปิดฮอตไลน์ไทย-เขมร

11.03.24 | 06:20 น.

‘บิ๊กป๊อด’ สั่งเข้ม 17 จว.เหนือ ปรับแผนสกัด ‘เผา-ฝุ่นพิษ’ ย้ำ 6 มาตรการ-ปิดป่า เปิดฮอตไลน์ไทย-เขมร จับตา 14 มี.ค.ลมเปลี่ยนทิศ

เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประชุมติดตามสถานการณ์และการแก้ปัญหาหมอกควัน ฝุ่นละออง และไฟป่าในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้คอนเฟอเรนซ์จากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เพื่อมอบนโยบายกับหน่วยงานในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าฯเชียงใหม่ เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย

พล.ต.อ.พัชรวาทได้สั่งการยกระดับมาตรการเข้มงวดปรับรูปแบบการจัดกำลังดับไฟป่า ปิดป่าห้ามบุคคลเข้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่สถานการณ์รุนแรง บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติการด้วยความแม่นยำ รวดเร็ว ทันท่วงที มีประสิทธิภาพ

พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวว่า 1.ปรับรูปแบบการจัดกำลังดับไฟป่าด้วยยุทธวิธีผสมผสานทั้งการตรึงพื้นที่ด้วยจุดเฝ้าระวัง และการลาดตระเวน การส่งกำลังและดับไฟโดยอากาศยาน เข้าถึงไฟให้เร็ว ควบคุมไม่ให้ขยายวงกว้าง คุมแนวไฟและดับให้สนิท ให้วอร์รูมบัญชาการชุดปฏิบัติการดับไฟป่าตลอดเวลาที่มีการเข้าพื้นที่ 2.ติดตามสถานการณ์จุดความร้อน สนธิกำลังพลภาคพื้นและอากาศยาน ลาดตระเวนเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น เมื่อพบต้องเร่งปฏิบัติการเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ 3.สนับสนุนและบูรณาการทำงานอย่างเต็มที่เป็นหนึ่งเดียวกับศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัด 4.ปิดป่าห้ามมิให้บุคคลเข้าไปในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่สถานการณ์รุนแรง บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด ยกระดับการจับกุมดำเนินคดีกับผู้ลักลอบจุดไฟเผาป่า 5.พื้นที่เกษตร ต้องติดตามเฝ้าระวังประสานงานกับฝ่ายปกครองอย่างใกล้ชิดเพื่อลดและควบคุมไม่ให้เกิดการเผาและหากเกิดต้องควบคุมให้ได้โดยเร็ว 6.สื่อสารแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างทั่วถึง ทันท่วงทีเพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลที่รวดเร็ว ถูกต้อง สร้างความรู้ทำความเข้าใจ

Advertisement

ขณะที นายจตุพรกล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ได้ประชุมกับกัมพูชาเพื่อจัดตั้งฮอตไลน์ระหว่าง 2 ประเทศ และกำหนดจัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมภายในเดือนเมษายน สำหรับเมียนมากระทรวงทรัพยากรฯอยู่ระหว่างเจรจาโดยใช้กลไกคณะกรรมการชายแดนระดับผู้บัญชาการทหารสูงสุดเฝ้าระวังลมเปลี่ยนทิศฝุ่นฟุ้งภาพรวมสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ทั้งนี้ สถานการณ์มีแนวโน้มจะบรรเทาลงช่วงวันที่ 10-13 มีนาคม แต่ต้องเฝ้าระวังอีกครั้งระหว่างวันที่ 14-17 มีนาคม เนื่องจากลมเปลี่ยนทิศ