เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 31 มกราคม ร.ต.อ.อนุสรณ์ ประทุมทอง รอง สวป.สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุคนร้ายปล้นทรัพย์ภายในตลาดถนอมมิตร 88 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน รุดไปที่เกิดเหตุบริเวณหลังตลาดหน้าตู้ฝากเงินอัตโนมัติของธนาคารกสิกรไทย พบนายศราวุฒิ พึ่งประสพ อายุ 18 ปี ผู้เสียหายยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

โดยนายศราวุฒิให้การว่า เวลา 23.30 น. วันที่ 30 มกราคม ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาที่หน้าตู้ฝากเงินดังกล่าวเพื่อจะนำเงินสดจำนวน 80,000 บาทมาฝากที่ตู้ ระหว่างกำลังกดเลขบัญชี มีชาย 2 คนเดินมาประกบซ้ายและขวา ก่อนจะถามที่มาของเงิน จึงตอบไปว่าเป็นเงินของพี่ที่ให้นำมาฝาก จากนั้นชายทั้งสองได้พาตนขึ้นรถยนต์โตโยต้า รุ่นอัลติส สีบรอนซ์ทอง ไม่ทราบทะเบียน เมื่อขึ้นไปบนรถมีชายอีก 2 คนนั่งอยู่ที่เบาะหน้า ส่วนตนนั่งอยู่เบาะหลังโดยมีชาย 2 คนก่อนหน้านี้นั่งประกบ ก่อนที่ชายทั้ง 4 คนจะเริ่มสอบถามเรื่องเงิน พอตนไม่ตอบก็โดนต่อยเข้าที่ขมับขวาหนึ่งครั้ง ก่อนจะโดนกลุ่มชายดังกล่าวไล่ลงจากรถและยึดเงินสดไป โดยคนร้ายขับรถหลบหนีมุ่งหน้าห้าแยกว้ชรพล
ด้าน น.ส.เสาวลักษณ์ มหายศปัญญา อายุ 26 ปี อาชีพพริตตี้ ให้การว่า เป็นพี่สาวของนายศราวุฒิ และเป็นเจ้าของเงินสด 80,000 บาท ให้น้องชายนำเงินที่ได้มาจากการทำงานมาเข้าบัญชีธนาคาร โดยปกติแล้วจะไม่ได้ใช้บริการตู้ฝากเงินดังกล่าว
ร.ต.อ.อนุสรณ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบตู้เงินฝากพบว่าโดยปกติจะปิดให้บริการเวลา 22.00 น. แต่จากการสอบถามนายศราวุฒิยืนยันว่าขณะเกิดเหตุตู้เงินฝากยังสามารถใช้การได้ เจ้าหน้าที่จะต้องสอบสวนเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ นายศราวุฒิยังระบุรูปพรรณของกลุ่มคนร้ายว่ามีลักษณะผิวคล้ำ อายุประมาณ 30-40 ปี สูงประมาณ 170 เซนติเมตร การแต่งกายสวมเสื้อยืดไว้ด้านใน ด้านนอกสวมเสื้อกั๊กสีดำ ด้านหลังสกรีนคำว่า “Police” กางเกงยีนส์ หลังจากนี้จะตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบที่เกิดเหตุและตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี เพื่อติดตามตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยว่า สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวมีอยู่หลายตัวและสอบปากคำพยานแวดล้อม เบื้องต้น จากการสอบปากคำผู้เสียหาย ตั้งข้อสังเกตว่า เพราะเหตุใดนายศราวุฒิจึงไม่ร้องขอให้ รปภ.ที่อยู่ในพื้นที่หลายคนช่วยเหลือ ประกอบกับพนักงานสอบสวนได้สอบถามเจ้าหน้าที่ของธนาคารทราบว่าปกติแล้วตู้ฝากเงินจะให้บริการ 06.00-22.00 น. แต่นายศราวุฒิกลับอ้างว่าเปิดให้บริการตามปกติ
พ.ต.อ.สิงห์กล่าวว่า จากกล้องทั้ง 4 จุดยังไม่พบว่านายศราวุฒิเดินทางมาที่ตู้ฝากเงินตามที่กล่าวอ้าง อีกทั้งยังให้การมีพิรุธในหลายจุดทั้งที่ตลาดมีรปภ.ทุกจุด ทำไมไม่รีบแจ้งรปภ. หากพบว่าให้การเท็จ จะถูกดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าหน้าที่
รายงานข่าวแจ้งว่าหลังจากที่โดนสอบสวนอย่างหนักตั้งแต่เมื่อกลางดึกนายศราวุฒิได้รับสารภาพว่ากุเรื่องทั้งหมดขึ้นเพราะเกรงว่าจะถูกพี่สาวต่อว่าเรื่องเงินที่ให้ไปจ่ายค่าเทอม แต่นายศราวุฒิกลับนำไปใช้จนหมด โดยสาเหตุว่านำเงินไปใช้ทำอะไรนั้นนายศราวุฒิขอพูดกับพี่สาว ในการแถลงข่าวที่บช.น.

