สุดหดหู่ ครูเห็นจ.ม. ป.6 เขียนระบาย 4 ปีตกนรกทั้งเป็น ‘พ่อแท้ๆ-พี่ชาย’ ล่วงละเมิด

12.03.24 | 15:37 น.

สุดเศร้า พ่อแท้ๆ ละเมิดลูกสาวตั้งแต่ 8 ขวบ พี่ชายเห็นเลียนแบบตาม ลั่นต้องเอาตัวเข้าแลก เด็กสุดทนเขียน จ.ม.ระบาย ก่อนฉีกทิ้งหลังห้อง ครูเห็นจึงเข้าช่วยเหลือ ‘พ่อ-พี่’ รู้ตัวหอบผ้าหนี ไม่วายปลอมตัวเป็นทนายเข้าหาเหยื่อถึงใน ร.ร. ตร.ไม่ลดละตามสืบ อึ้ง พ่อเป็นแก๊งค้ายาชาวม้ง หนีคดียาเสพติด 6 ล้านเม็ดอยู่ ล่าสุด จับพี่ชายได้แล้วอ้างน้องสาวมโนทั้งหมด เร่งตามล่าตัวพ่อมารับโทษ


เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. และคณะร่วมกันสืบสวนจับกุม นายปฏิภาณ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี อยู่ที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “กระทำอนาจาร แก่เด็กอายุไม่เกินสิบสามปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และเป็นการกระทำแก่บุพการี ผู้สืบสันดาน พี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา ญาติสืบสายโลหิต ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล ผู้อยู่ในความควบคุมตามหน้าที่ราชการ ผู้อยู่ในความปกครอง ในความพิทักษ์หรือความอนุบาล หรือผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใด” ได้ที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง ซ.ประชาสงเคราะห์ 27 แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม.

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ก่อนจับกุมผู้ต้องหา พบจดหมายน้อยในถังขยะหลังห้องเรียนที่น่าเศร้า นำมาสู่การคลี่คลายคดี “หนูเกลียดพ่อ หนูเกลียดพี่” ข้อความในเศษกระดาษบรรยายความรู้สึกเกินรับไหวของเหยื่อนักเรียนหญิงวัย 12 ปี ถูกขยำทิ้งลงในถังขยะหลังห้องเรียนพร้อมใบหน้าเปื้อนน้ำตา เหตุการณ์ช่วงสั้นๆ เตะตา ผู้เป็นพ่อและพี่ชายเต็มหน้ากระดาษ

ครูสาวจึงคุยกับเด็กนักเรียน พามาเกลี้ยกล่อม จนน้องค่อยๆ ถ่ายทอดความทรงจำอันเลวร้ายที่ต้องอยู่ในสภาพ “ตกนรกทั้งเป็น” เริ่มตั้งแต่เมื่อปลายปี 2562 ตอนที่อายุ 8 ขวบ ต้องอาศัยอยู่กับ “พ่อ” และ “พี่ชายต่างมารดา” โดยทุกวันจะถูกพ่อล่วงละเมิดลวนลามทางกายทุกวัน โดยทุกการกระทำมักจะถูกคนในครอบครัวพูดว่า “ต้องเอาร่างกายมาแลก” และที่เลวร้ายกว่านั้นคือ “พี่ชาย” เลียนแบบพ่อ กระทำเช่นเดียวกับที่พ่อทำมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 4 ปี เมื่อครูได้ฟังคำบอกเล่าจากปากเหยื่อ จึงไปขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมาสู่การแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง

Advertisement

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวอีกว่า หลังสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานก็ขออนุมัติศาลออกหมายจับ 2 คน คือ นายพรชัย พ่อแท้ๆ และ นายปฏิภาณ พี่ชายต่างมารดา หลังเจ้าตัวทราบว่าถูกดำเนินคดีก็หอบข้าวของออกจากเมืองกรุงแต่ก็ยังไม่วายพยายามหาช่องทางที่จะคุกคามเหยื่อ โดยพบว่ามีบางครั้งปลอมตัวเป็นทนายความบุกไปที่โรงเรียนเหยื่ออีกด้วย

เมื่อ พล.ต.ท.ธิติ สั่งการให้ติดตามจับกุมตัวทันที โดยสืบทราบว่า นายพรชัย และ นายปฏิภาณ หลบหนีไปอยู่ละแวกภาคเหนือตามภูมิลำเนาเดิม (ชนเผ่าม้ง) ชุดสืบสวนจึงวางกำลังสะกดรอยติดตามกว่า 1 สัปดาห์ จนทราบเบาะแสว่านายปฏิภาณ ขับรถลงจากเมืองเหนือ มุ่งหน้ากลับบ้านพักเปิดเป็นร้านขายทุกอย่าง 20 บาท ที่ย่านประชาสงเคราะห์ จึงวางกำลังซุ่มโป่งจนได้จังหวะยืนยันตัวคนร้ายกำลังจะหลบหนีออกทางด้านหลังร้าน พล.ต.ต.ธีรเดชจึงนำกำลังที่ซุ่มโป่งอยู่บุกเข้าไปจับกุม ในส่วนของนายพรชัย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาข้อหา “กระทำอนาจาร แก่เด็กอายุไม่เกินสิบสามปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และเป็นการกระทำแก่บุพการี ผู้สืบสันดาน พี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา ญาติสืบสายโลหิต ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล ผู้อยู่ในความควบคุมตามหน้าที่ราชการ ผู้อยู่ในความปกครอง ในความพิทักษ์หรือความอนุบาล หรือผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใด

ผบก.สส.บช.น.พบประวัติของนายพรชัย เคยถูกดำเนินคดี 2 คดี ปี 2563 ถูกดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด” พื้นที่ สภ.เทิง อ.เทิง จ.เชียงราย (ขบวนการค้ายาเสพติดของชาวเขากลุ่มม้ง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดยาเสพติดได้กว่า 6 ล้านเม็ด) และปี 2564 ถูกดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย” พื้นที่ สภ.สบปราบ อ.สบปราบ จ.ลำปาง ซึ่งทราบข้อมูลว่านายพรชัย หลบหนีอยู่พื้นที่ภาคเหนือ อยู่ระหว่างทำการสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดี

ในชั้นจับกุม นายปฏิภาณให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ยอมรับว่าเป็นพี่ชายต่างมารดาจริง และอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน เติบโตด้วยกันมาตลอดตั้งแต่เด็ก เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่น้องสาวของตนมโนไปเอง สร้างเรื่องให้ตนกับพ่อถูกดำเนินคดี จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง เพื่อดำเนินคดี

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า “ทางคดียังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา เพราะคำพูดของเด็กนั้นบริสุทธิ์มากกว่า และยังมีพยานหลักฐานอื่นเชื่อมโยงทำให้ศาลอนุมัติหมายจับทั้งพ่อและพี่ชายรายนี้ จากพฤติการณ์ในคดีนี้นับว่า น่าหดหู่ใจอย่างยิ่งของสถาบันครอบครัวที่น่าจะเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดของเด็กๆ กลับกลายเป็น “นรกบนดิน” ที่สร้างสมฟูมฟักบาดแผลหยั่งลึกลงในใจของเด็กน้อยไปนานแสนนาน ผมขออวยพรให้น้องผู้เสียหายมีกำลังใจที่เข้มแข็งผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายในอดีต และเติบโตอย่างมีความสุข ในวันข้างหน้า ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องจัดการกับผู้กระทำผิด

ซึ่งเรายืนยันว่าจะพลิกแผ่นดิน ตามล่าคนร้ายที่เหลือรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน

หากผู้ใดมีเบาะแส โปรดแจ้งข้อมูลมาที่เพจ “สืบนครบาล IDMB” เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพราะแม้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.”