ทีมทนาย แถลง คดี ‘บิ๊กโจ๊ก’ อยู่ในป.ป.ช. พงส.ไร้อำนาจสอบ ปัดเอี่ยวเว็บพนัน ซัดดิสเครดิต

12.03.24 | 18:19 น.

ทีมทนาย แถลง ศาลชี้หลักฐานไม่เพียงพอ ออกหมายจับ ‘บิ๊กโจ๊ก’ พงส.ไร้อำนาจสอบ ซัดดิสเครดิต ทำเสียชื่อ

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม จากกรณีคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนยื่นขอหมายจับ ศาลอาญา ได้พิจารณามีคำสั่งอนุญาตให้ออกหมายจับผู้ต้องหารวมทั้งหมด 4 คน ในคดีเกี่ยวข้องกับเครือข่ายเว็บพนัน เป็นตำรวจ 3 คน และพลเรือน 1 คน

ยันศาลไม่มีการออกหมาย เรียก ’บิ๊กโจ๊ก‘ ทีมทนายตั้งโต๊ะเเถลง หลังพนักงานสอบสวนขอหมายจับ “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์” แต่ศาลยกคำร้อง ชี้เป็นอำนาจของ ป.ป.ช.เท่านั้น เชื่อตั้งใจดิสเครดิตแคนดิเดต

เมื่อเวลา17.50 น. วันที่ 12 มีนาคม ที่โรงแรมฮิลตัน แบงคอก แกรนด์ อโศก ซอย สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร นายณัฐวิชช์ เนติจารุโรจน์ พร้อมด้วย นายวราชันย์ เชื้อบ้านเกาะ ทีมทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) แถลงข่าวกรณีศาลอาญาออกหมายเรียก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือบิ๊กโจ๊ก และออกหมายจับตำรวจ 3 คน และพลเรือน 1 ราย รวม 4 หมาย ในคดีเว็บพนันออนไลน์

โดยนายณัฐวิชช์กล่าวว่า ได้รับมอบหมายและแต่งตั้งจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ให้มาชี้แจงข้อเท็จจริง ในกรอบคดีเฉพาะของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหาท่านอื่น ตามที่มีคณะพนักงานสอบสวนได้ไปยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลอาญา โดย 1 ในนั้นมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่พนักงานสอบสวนไปขอหมายจับต่อศาลด้วย แต่ศาลไม่ออกหมายจับให้ เนื่องจากศาลมีดุลพินิจว่า ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอต่อการออกหมายจับ ศาลจึงยกคำร้อง รวมถึงที่มีการเผยแพร่ทางสื่อมวลชนด้วยว่า ศาลออกหมายเรียก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นั้น ทางทีมทนายความได้มีการตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าศาลไม่ได้มีการออกหมายเรียกแต่อย่างใด

Advertisement

นายณัฐวิชช์กล่าวต่อว่า เมื่อศาลยกคำร้องแล้ว หากพนักงานสอบสวนยังจะดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ทางทีมทนายมองว่าเป็นการทำไม่ถูกและไม่ชอบด้วยข้อกฎหมายอย่างยิ่ง เหตุผลคือการที่กล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โดยที่เรื่องถูกส่งไป คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.แล้ว และทาง ป.ป.ช.ได้รับเรื่องไว้เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางทีมทนายความได้ตรวจสอบแล้วว่า อำนาจในการไต่สวนว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีความผิดหรือไม่อยู่ที่ ป.ป.ช. ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 30 ประกอบมาตรา 28 จึงขอยืนยันว่าอำนาจในการสอบสวนเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่พนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งหากทางพนักงานสอบสวนยังดำเนินการในเรื่องนี้อยู่ทางทีมทนายมองว่าพนักงานสอบสวนอาจจะเข้าข่ายในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.157 หรือไม่ ซึ่งส่วนนี้นั้นทางพนักงานสอบสวนต้องรับผิดชอบกันเอง

นายณัฐวิชช์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ทาง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ให้ตนมาชี้แจงพร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีเส้นทางการเงินใดมาเกี่ยวข้อง และเงินที่มีการให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ยืนยันว่าเป็นเงินของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เอง โดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของเว็บพนัน ซึ่งเรื่องดังกล่าว มีการส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.พิจารณาเพื่อไต่สวนแล้ว พร้อมยืนยันว่า ศาลไม่ได้มีการออกหมายเรียก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์แต่อย่างใด

นายณัฐวิชช์กล่าวด้วยว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยังให้ข้อมูลกับทีมทนายว่า ทำไมเรื่องดังกล่าวถึงมักเกิดขึ้นช่วงแบบนี้ ซึ่งทางทีมทนายก็มองว่าเป็นการดิสเครดิต พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพราะว่าเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อาวุโสลำดับที่ 1 เป็นแคนดิเดตที่อาจได้รับการพิจารณาแต่งตั้ง การออกหมายจับในช่วงนี้ทำให้ได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียงและมีผลกับการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ในห้วงเวลาที่จะเกิดเร็วๆ นี้ด้วย

ด้านนายวราชันย์กล่าวว่า จากการพิจารณาแล้ว จะต้องมาดูว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจในการดำเนินการเรื่องนี้หรือไม่ เพราะการที่ ป.ป.ช.รับคดีเว็บพนันมินนี่ไว้พิจารณาแล้ว เท่ากับว่าอำนาจหน้าที่ทั้งหมดจะอยู่ที่ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเป็นคดีที่ สน.เตาปูน หรือเว็บพนันมินนี่ รวมถึงเรื่องเส้นทางการเงินนั้นที่ข้อเท็จจริงเดียวกัน ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ได้มอบหมายให้ทีมทนายความเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดที่ถูกเผยแพร่และนำนำเสนอมาใช้สิทธิมาใช้ในการป้องกันสิทธิของตนเอง โดยย้ำว่าในเรื่องนี้ยังไม่มีใครเข้าข่ายความผิด โดยหลังจากนี้จะมีการสู้กลับเพื่อปกป้องสิทธิของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ อย่างแน่นอน พร้อมขอให้จับตาดูข้อเท็จจริงที่จะปรากฏให้สังคมได้เห็น