ทนาย’บิ๊กโจ๊ก’แถลงหลังศาลยกหมายจับฟอกเงิน เตือนพงส.ระวังม.157 ชี้อำนาจไต่สวนคดีอยู่ป.ป.ช.

12.03.24 | 06:20 น.

ทนาย’บิ๊กโจ๊ก’เปิดรร.แถลงหลังศาลยกหมายจับ ฟอกเงิน เตือน พงส.ระวังม.157 ชี้อำนาจไต่สวนคดีอยู่ป.ป.ช.

พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.)อดีตชุดปฏิบัติการ PCT.4 หรือ ศปอส.ตร. เดินทางมาที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 12 มีนาคมยื่นคำร้องขอออกหมายจับกลุ่มนายตำรวจระดับสูง ความผิดฐาน สมคบกันกระทำความผิด ฐานฟอกเงินและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน ตามที่สมคบกัน ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5,9,10 จากการสืบสวนสอบสวนเส้นทางเงินที่เชื่อมจากคดีที่ สน.เตาปูน เคยขออนุมัติหมายจับคดีเว็บการพนัน ที่ 4543-4547/2566 ของศาลอาญาไว้แล้ว ต่อมาจับกุมผู้ต้องหาบางคนได้และมีนางพิมพ์ (นามสมมุติ) เป็นผู้จัดการเว็บ BNK Master จึงมีการขยายผลเเละมาร้องขอออกหมายจับในครั้งนี้ ภายหลังยื่นคำร้อง พล.ต.ต.ทินกรกล่าวยอมรับว่ามีการขอออกหมายจับกลุ่มนายตำรวจพัวพันเว็บพนันจริง โดยศาลอนุญาตออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย เเยกเป็นตำรวจ 3 รายเเละพลเรือน 1 ราย ส่วนนายตำรวจอีก 1 คนให้ออกหมายเรียกก่อน เเต่ไม่ขอระบุว่าเป็นใครยอมรับว่าในส่วนนายตำรวจที่ถูกออกหมายเรียกเป็นนายตำรวจระดับนายพล ซึ่งการมาขอออกหมายจับครั้งนี้ไม่กดดันเพราะทำตามกฎหมาย

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับรายชื่อ 4 รายที่ศาลอนุญาตออกหมายจับมีตำรวจยศ พ.ต.อ., 2 ส.ต.อ. และพลเรือน 1 ราย

ต่อมาเย็นวันเดียวกัน นายณัฐวิชช์ เนติจารุโรจน์ พร้อมด้วย นายวราชันย์ เชื้อบ้านเกาะ ทีมทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. แถลง ที่ โรงแรม ฮิลตัน แบงคอก แกรนด์ อโศก กรณีศาลอาญาออกหมายเรียก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือบิ๊กโจ๊ก และออกหมายจับตำรวจ 3 คน และพลเรือน 1 คน รวม 4 หมาย คดีเว็บพนันออนไลน์นั้น

นายณัฐวิชช์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายและแต่งตั้งจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ให้มาชี้แจงข้อเท็จจริงในกรอบคดีเฉพาะของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เท่านั้น ไม่เกี่ยวผู้ถูกกล่าวหารายอื่น ตามที่มีคณะพนักงานสอบสวนไปยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลอาญา โดย 1 ในนั้นมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่พนักงานสอบสวนไปขอหมายจับต่อศาลด้วย แต่ศาลไม่ออกหมายจับให้ เนื่องจากศาลมีดุลยพินิจว่า ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอต่อการออกหมายจับศาลจึงยกคำร้อง

Advertisement

นายณัฐวิชช์ กล่าวอีกว่า เมื่อศาลยกคำร้องแล้ว หากพนักงานสอบสวนยังจะดำเนินการเรื่องนี้อยู่ทางทีมทนายมองว่าเป็นการทำไม่ถูก และไม่ชอบด้วยข้อกฎหมายอย่างยิ่ง เหตุผลคือการที่กล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โดยที่เรื่องถูกส่งไปคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.แล้ว และ ป.ป.ช.ได้รับเรื่องไว้เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2567 ที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางทีมทนายความได้ตรวจสอบแล้ว ว่าอำนาจในการไต่สวนว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะมีความผิดหรือไม่อยู่ที่ ป.ป.ช. ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 30 ประกอบ มาตรา 28 จึงขอยืนยันว่าอำนาจในการสอบสวนเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่พนักงานสอบสวนแล้วหากพนักงานสอบสวนจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง หากทางพนักงานสอบสวนยังดำเนินการในเรื่องนี้อยู่ทางทีมทนายมองว่าพนักงานสอบสวนอาจจะเข้าข่ายในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.157 หรือไม่ซึ่งส่วนนี้นั้นทางพนักงานสอบสวนต้องรับผิดชอบกันเอง

นายณัฐวิชช์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ทาง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ให้ตนมาชี้แจงพร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเส้นทางการเงินใดมาเกี่ยวข้องและเงินที่มีการให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ยืนยันว่าเป็นเงินของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เองโดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของเว็บพนัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีการส่งเรื่องให้ป.ป.ช.พิจารณาเพื่อไต่สวนแล้วยืนยันว่าศาลไม่ได้มีการออกหมายเรียก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แต่อย่างใด

นายณัฐวิชช์ กล่าวด้วยว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังให้ข้อมูลกับทีมทนายว่า ทำไมเรื่องดังกล่าวถึงมักเกิดขึ้นช่วงแบบนี้ซึ่งทางทีมทนาย ก็มองว่าเป็นการดิสเครดิต พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพราะว่าเป็นรองผบ.ตร.อาวุโสลำดับที่ 1 เป็นแคนดิเดตที่อาจได้รับการพิจารณาแต่งตั้ง การออกหมายจับในช่วงนี้ทำให้ ได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียงและมีผลกับการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ในห้วงเวลาที่จะเกิดเร็วๆ นี้ด้วย

นายวราชันย์ กล่าวว่า จากการพิจารณาแล้วจะต้องมาดูว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจในการดำเนินการเรื่องนี้หรือไม่ เพราะการที่ ป.ป.ช. รับคดีเว็บพนันมินนี่ไว้พิจารณาแล้ว เท่ากับว่าอำนาจหน้าที่ทั้งหมดจะอยู่ที่ ป.ป.ช.ไม่ว่าจะเป็นคดีที่ สน.เตาปูน หรือเว็บพนันมินนี่ รวมถึงเรื่องเส้นทางเงินนั้นที่ข้อเท็จจริงเดียวกัน ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มอบหมายให้ทีมทนายความเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดที่ถูกเผยแพร่และนำเสนอ มาใช้สิทธิ์ในการป้องกันสิทธิ์ของตนเอง โดยย้ำว่าในเรื่องนี้ยังไม่มีใครเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.โดยหลังจากนี้จะมีการสู้กลับ เพื่อปกป้องสิทธิของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ อย่างแน่นอน พร้อมขอให้จับตาดูข้อเท็จจริงที่จะปรากฎให้สังคมได้เห็น