ช้างไทยสมบูรณ์ เพิ่มเท่าตัว 4,422ตัว แต่ต้องปรับสมดุล เผย เหยียบคนตาย 210 คน เพื่อไทย-ก้าวไกล ขอร่วมแก้ปัญหาช้างป่าระยอง
วันที่ 13 มีนาคม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์ มติชนออนไลน์ เนื่องในวันช้างไทย ว่า ประเทศไทยมีช้าง 2 ประเภท คือช้างบ้าน ที่ดูแลโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่จะดูแลสวัสดิการช้างที่อยู่ในปาง ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ที่มีปัญหาอย่างมากในเวลานี้คือ ช้างป่า ซึ่งเวลานี้มีช้างป่าใน 16 กลุ่มป่า มีประมาณ 4,013 – 4,422 ตัว กระจายอยู่ในพื้นที่ป่า อนุรักษ์ 93 แห่ง พื้นที่มีปัญหาที่ได้รับผลกระทบ 70 แห่ง ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติ 34 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 29 แห่ง เขตห้ามล่าสัตว์ป่า 7 แห่ง พื้นที่มีผลกระทบรุนแรง 5 กลุ่มป่า ได้แก่ กลุ่มป่าตะวันออก กลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ กลุ่มป่าภูเขียว – น้ำหนาว และกลุ่มป่าแก่งกระจาน ประเด็นคือ ต้องปรับสมดุลให้ช้างป่าเหล่านี้มีความเป็นอยู่อย่างเหมาะสม สมดุล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ป่ารอยต่อ ที่นับวันช้างจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อประชาชนมากขึ้น
“โดยตัวเลขช้างป่าทำร้ายประชาชนจนเสียชีวิตนับตังแต่ปี 2558 เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เวลานี้ตัวเลขอยู่ที่ 210 คนแล้ว รัฐบาลเป็นห่วงและให้ความสำคัญ กับเรื่องนี้มาก ได้มีการกำหนดมาตรการควบคุม และผลักดันช้างอยู่ในป่า โดยได้ตั้งชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า 200 ชุดทั่วประเทศแบบเร่งด่วน เพราะเวลานี้ประชาชนมีความโกรธแค้นกับช้างที่ออกมาทำลายพืชผล และทำร้ายประชาชนในพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เรามีแผนที่จะทำพื้นที่กักกันช้างเกเร ที่ทำร้ายประชาชน และช้างที่นำโขลงออกจากป่ามาในพื้นที่เกษตรของชาวบ้าน โดยให้ไปอยู่ในคอก ซึ่งจะทำไว้ใกล้กับพื้นที่ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา โดยจะกักและปรับพฤติกรรมไปจนกว่าจะสงบ”นายอรรถพล กล่าว
อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันที่ 15 มีนาคมนี้ ตนและ ส.ส.พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย คือนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ พรรคก้าวไกล เขต4 จ.ระยอง และ นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ส.ส.เพื่อไทย เขต3 จ.ฉะเชิงเทราจะเดินทางไปยัง จ.ระยอง โดยทางส.ส.ก้าวไกล จะไปร่วมทำการคัดเลือกว่าช้างตัวไหนดื้อ ดุร้าย จะให้เจ้าหน้าที่จับไปกักบริเวณเพื่อปรับพฤติกรรมด้วย
เมื่อถามว่า แล้ว ส.ส.จะทราบได้อย่างไรว่า ช้างตัวไหนดื้อ หรือมีพฤติกรรมดุร้าย นายอรรถพล กล่าวว่า หากเจอช้างฝูง คงดูได้ไม่ยากว่าตัวไหนจ่าฝูง ผู้นำฝูง และมีพฤติกรรมอย่างไร ก็คงต้องไปดูกันในวันที่ลงพื้นที่
นายอรรถพล กล่าวว่า มีการกำหนดแนวทางการจัดการพื้นที่รองรับช้างป่า 2 แนวทาง คือ 1. จัดทำพื้นที่รองรับช้างป่า เป็นการจัดการช้างป่าที่มีพฤติกรรมออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์และสร้างผลกระทบต่อชุมชนในระดับปานกลางสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน พืชผลทางการเกษตร หรือเป็นพื้นที่รองรับช้างป่าผ่านการปรับพฤติกรรมแล้ว โดยการสำรวจพื้นที่สำหรับสร้างพื้นที่รองรับและจัดการช้างป่า ที่สร้างความเดือดร้อนแก่ราษฎร ในพื้นที่ 6 กลุ่มป่าหลัก ได้แก่ 1) กลุ่มป่าตะวันออก พื้นที่รองรับช้างป่า คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน 2) กลุ่มป่าตะวันตก พื้นที่รองรับช้างป่า คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ 3) กลุ่มป่าแก่งกระจาน พื้นที่รองรับช้างป่า คือ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี 4) กลุ่มป่าภูเขียว – น้ำหนาว พื้นที่รองรับช้างป่า คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง 5) กลุ่มป่าคลองแสง – เขาสก พื้นที่รองรับช้างป่า คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง
6) กลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ พื้นที่รองรับช้างป่า คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่
2. จัดตั้งศูนย์ปรับพฤติกรรมช้างป่า เป็นการจัดการช้างป่าที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว สร้างความสูญเสียต่อชีวิต หรือมีแนวโน้มในการที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน พืชผลการเกษตรของราษฎรในพื้นที่ ในระดับรุนแรง โดยการสำรวจพื้นที่สำหรับสร้างศูนย์ปรับพฤติกรรมช้างป่า ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่มีปัญหาช้างป่า โดยการพิจารณาพื้นที่สถานีเพาะเลี้ยง 23 แห่ง และศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า 3 แห่ง ทั่วประเทศที่มีศักยภาพเหมาะสมในการเข้าถึงพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการได้อย่างสะดวกและปลอดภัยทั้งแก่ราษฎร และช้างป่า
นายอรรถพล กล่าวว่า นอกจากนี้ จะจัดการประชากรโดยการควบคุมประชากรช้างป่าด้วยวัคซีนคุมกำเนิด มีโครงการนำร่องการใช้วัคซีนคุมกำเนิดระยะยาวในช้างป่าเอเชีย เพื่อศึกษาและทดสอบการใช้วัคซีนคุมกำเนิดในช้างบ้าน ก่อนจะขยายผลไปสู่การทดสอบในช้างป่า ทั้งนี้หากมีการดำเนิน การควบคุมประชากรช้างป่าด้วยวัคซีนคุมกำเนิดจะต้องมีการศึกษาจำนวนและโครงสร้างประชากรช้างป่าในพื้นที่อย่างชัดเจนก่อนดำเนินการ

