มาแล้ว ดาวหาง ปงส์-บรูกส์ ปรากฏตัวขอบฟ้าทิศตะวันตกแป๊บๆ หลัง 23 เม.ย.สว่างเพิ่ม เห็นชัดตาเปล่า

13.03.24 | 13:50 น.

มาแล้ว ดาวหาง ปงส์-บรูกส์ ปรากฏตัวขอบฟ้าทิศตะวันตกแป๊บๆ หลัง 23 เม.ย.สว่างเพิ่ม เห็นชัดตาเปล่า

วันที่ 13 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมงานสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ NARIT เก็บภาพดาวหาง 12P/Pons-Brooks หรือ ดาวหางปงส์-บรูกส์ โดยได้บันทึกช่วงหัวค่ำวันที่ 11 มีนาคม 2567 บนดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

ช่วงนี้ดาวหางปรากฏในช่วงหัวค่ำ หลังดวงอาทิตย์ตก อยู่บริเวณกลุ่มดาวแอนโดรเมดา (Andromeda) ทางขอบฟ้าทิศตะวันตก ขณะดวงอาทิตย์กำลังตกลับขอบฟ้า ดาวหางมีมุมเงยเพียงประมาณ 12 องศาเท่านั้น จึงปรากฏอยู่บนท้องฟ้าไม่นานก่อนจะตกลับขอบฟ้าตามดวงอาทิตย์ไป

ประกอบกับช่วงมีมลภาวะในชั้นบรรยากาศ และหลังจากนี้จะมีแสงจันทร์รบกวนยาวไปจนถึงวันที่ 27 มีนาคม 2567 อาจจะสังเกตด้วยตาเปล่าได้ค่อนข้างยาก

Advertisement

ดาวหางปงส์-บรูกส์ กำลังโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ปลายเดือนมีนาคมจะค่อยๆ เปลี่ยนตำแหน่งเคลื่อนไปยังกลุ่มดาวแกะ (Aries) ปลายเดือนเมษายน จะเคลื่อนไปสู่กลุ่มดาววัว (Taurus) และจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดวันที่ 23 เมษายน 2567 อาจมีความสว่างเพิ่มขึ้นจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าบนท้องฟ้าตอนกลางคืน นับเป็นหนึ่งในดาวหางที่น่าติดตามในช่วงต้นปีนี้

ดาวหางปงส์-บรูกส์ จัดเป็นดาวหางประเภทเดียวกันกับดาวหางฮัลเลย์ (1P/Halley) กล่าวคือ มีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 71 ปี จึงจัดอยู่ในดาวหางประเภท “ดาวหางคาบสั้น” (Periodic comet) ค้นพบครั้งแรกโดย Jean-Louis Pons นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1812 และค้นพบซ้ำอีกครั้งในปี 1883 โดย William Robert Brooks นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน จึงเป็นที่มาของชื่อ ดาวหางปงส์-บรูกส์ 12P/Pons-Brooks

ในช่วงนี้ดาวหางมีตำแหน่งปรากฏอยู่บริเวณกลุ่มดาวแอนโดรเมดา (Andromeda) ทางขอบฟ้าทิศตะวันตก สามารถสังเกตการณ์ได้ในช่วงหัวค่ำหลังดวงอาทิตย์ตกตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์กำลังตกลับขอบฟ้า ดาวหางจะมีมุมเงยเพียงประมาณ 12 องศาเท่านั้น จึงมีเวลาปรากฏอยู่บนท้องฟ้าไม่นานก่อนที่จะตกลับขอบฟ้าตามดวงอาทิตย์ไป และการที่ดาวหางมีมุมต่ำเช่นนี้ก็อาจทำให้ยากต่อการสังเกตการณ์เนื่องจากมลภาวะในชั้นบรรยากาศ จากนั้นดาวหางจะค่อยๆ เปลี่ยนตำแหน่งเคลื่อนไปยังกลุ่มดาวแกะ (Aries) ในช่วงปลายเดือนมีนาคม และจะเคลื่อนไปสู่กลุ่มดาววัว (Taurus) ในช่วงปลายเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงที่ดาวหางน่าจะมีความสว่างสูงที่สุด
ดาวหาง 12P/Pons-Brooks จัดเป็นดาวหางหนึ่งในดาวหางคาบสั้นที่มีความสว่างสูง และมีคาบการโคจรใกล้เคียงกับดาวหางฮัลเลย์ นั่นหมายความว่า ในช่วงชีวิตของมนุษย์จะมีโอกาสเพียง 1 ครั้งเท่านั้นที่จะสามารถสังเกตการณ์ดาวหางดวงนี้ได้ ก่อนที่ดาวหางจะโคจรออกห่างไปจากดวงอาทิตย์ ค่อยๆ ริบหรี่จางหายไปในอวกาศ แล้วจะวกกลับมาเฉียดใกล้ดวงอาทิตย์ให้พวกเราได้ยลโฉมอีกครั้งในอีก 71 ปีข้างหน้าเลยทีเดียว
ขอบคุณภาพจาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ NARIT