น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดต่อเนื่อง ต่ำกว่าเกณฑ์ 4 เดือนติด ย้ำใช้น้ำอย่างประหยัด
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำที่ เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคคกลาง ล่าสุดยังคงการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนไว้ที่ 70ลบ.ม./วิ (ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) ซึ่งยังมุ่งเน้นเพื่อสงวนน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบนิโภคเป็นหลัก
ขณะที่ปริมาณน้ำเหนือที่ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำและมีแนวโน้มลดลง โดยที่จุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ ลงมาที่เขื่อนเจ้าพระยาวัดได้ 220ลบ.ม./วิ โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนวัดได้ 14.06ม.รทก.(เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) ลดลง 20ซ.ม.ในรอบ 1สัปดาห์ ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานกักเก็บ16.50ม.รทก.เข้าสู่เดือนที่4 หรือวันที่ 106 (ล่าสุดที่ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์คือ28พ.ย.66) และจากที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำลงท้ายเขื่อนในปริมาณจำกัด ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนยังคงแห้งขอดจนเห็นสันดอนทราย และโขดหินเป็นทางยาว โดยล่าสุดเวลา 15.00น.วันนี้วัดได้ 5.41ม.รทก.
ขณะเดียวกันกรมชลประทานได้เน้นการผันน้ำเข้าทุ่งทั้ง2ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อส่งน้ำเข้าพื้นที่เพื่อการอุปโภคบริโภค และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก รวม 162ลบ.ม./วิ โดยฝั่งตะวันออกผันน้ำผ่านคลองชัยนาทป่าสัก คลองช่องแค และคลองมหาราช รวม 70ลบ.ม./วิ ส่วนฝั่งตะวันตกผันน้ำผ่านคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำน้อย รวม 92ลบ.ม./วิ
ซึ่งจากสถานการณ์น้ำล่าสุด ทางราชการจึงย้ำขอความร่วมมือเกษตรกร ขอให้งดการทำนาต่อเนื่อง ถ้าจะทำการเพาะปลูกขอให้ปลูกพืชใช้น้ำน้อย ประชาชนทั่วไปขอให้ใช้น้ำอย่างประหยัด เพราะประเทศไทยยังจะต้องได้รับอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่จะทำให้ฝนตกน้อยกว่าเกณฑ์ไปจนถึงเดือนมิถุนายน

