หมอตรวจตา ‘บะลาโกล’ สุดสงสาร พบ กระจกตาฉีกขาดเสียหายรุนแรง ต้องควักทิ้ง ไม่งั้นจะลามไปอีกข้าง

15.03.24 | 18:14 น.

หมอตาเสือ ตรวจ บะลาโกล สุดสงสาร พบ กระจกตาฉีกขาดเสียหายรุนแรง ต้องควักทิ้ง ไม่งั้นจะลามไปอีกข้างทำบอดสนิท

วันที่ 14 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก Thailand Tiger Project DNP ที่กลุ่มนักวิจัยเรื่องเสือโคร่ง สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้ โพสต์อัพเดต สถานการณ์เสือโคร่ง บะลาโกล ที่เคยออกจากป่า มาเดินอยู่ในหมู่บ้าน กระทั่งเจ้าหน้าที่จับมาได้ โดยเวลานี้ บะลาโกล อยู่ในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง นั้น โดย แอดมินเพจ ระบุว่า

แต้มบุญ บะลาโกล

“บะลาโกล” คือเสือโคร่งที่ครั้งหนึ่งเคยอดอยากจนผอมโซออกมาเดินโชว์ตัวที่หมู่บ้านน้ำตกคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ก่อนที่จะโดนเคลื่อนย้ายให้มาอยู่ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี เมื่อ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพก่อนที่จะได้นำไปปล่อยคืนให้ได้ชีวิตตามธรรมชาติในลำดับต่อไป

จากการใช้ชีวิตในสภาพกึ่งธรรมชาติในคอกที่มีความกว้างพิเศษทั้งมีหมู่ไม้ให้ความร่มรื่นใช้เป็นที่หลบนอนพักได้ในช่วงกลางวัน มีการจัดแหล่งน้ำที่มันได้ใช้ทั้งดื่มและแช่คลายร้อน เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งสัปดาห์ความเต่งตึงของลำตัวโดยเฉพาะช่วงท้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จนมีคนกล่าวว่า

Advertisement

“แน่ใจนะว่ามันคือตัวเดียวกัน”

มีเพียงนอกจากดวงตาด้านซ้ายที่ขุ่นมัวที่ยังใช้ยืนยันได้ว่ามันคือ บะลาโกล

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วจนอยากเรียกว่า “ฉับพลัน” เกิดจากความรักของหลายผู้คนที่เข้าใจความเป็นเสือของบะลาโกล จนทำให้มันได้กินอาหารมื้อพิเศษที่มีความแตกต่างจากเหล่าเสือตัวอื่นๆ ซึ่งอาศัยอยู่ในสถานที่เดียวกับมันทว่ามีเป้าหมายปลายทางการพัฒนาชีวิตที่แตกต่างกัน

อาการของตาซ้าย ยังเป็นสิ่งที่ถูกถามถึงอย่างต่อเนื่อง

จนอาจได้ยินไปถึงหูของนายสัตวแพทย์ท่านหนึ่งที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นผู้มีความชำนาญด้านโรคตาของสัตว์ จึงเกิดการประสานงาน วางแผนร่วมกันกับนายสัตวแพทย์ผู้ดูแลบะลาโกล เมื่อ13 มีนาคมจึงวันที่นัดแนะกันเพื่อการตรวจตาอย่างละเอียดพ่วงท้ายด้วยสุขภาพโดยรวมของบะลาโกล

ในภารกิจสุขภาพนี้หนึ่งในทีมนุดวิจัยได้รับโอกาสให้เข้าสังเกตการณ์ แต่ไปๆมาๆคล้ายว่าจะถูกวางตัวให้เป็นนายแม่ของบะลาโกลอย่างไรก็ไม่รู้ เนื่องจากต้องเข้าร่วมสนทนาวางแผนการรักษาดวงตาของมันด้วย

“ตาเสือเป็นต้อหินนั้นพบได้บ่อยในกลุ่มเสือกรงเลี้ยงที่มีภาวะเลือดชิด แต่กรณีสัตว์ป่าการดูแลรักษาต่างจาก แมวหมาที่เลี้ยงไว้อย่างสิ้นเชิง”

คือคำเกริ่นนำจากนายสัตวแพทย์ชำนาญโรคตาเพื่อนำสู่การวางแผนการรักษา ดวงตาบะลาโกล

“ปัญหาของเสือตัวนี้คือ หนึ่งตาขุ่น สองตาใหญ่โปน และใหญ”

คือข้อวินิจฉัยแรกเริ่มของหมอตาที่ผ่านภาพนิ่งและเคลื่อนไหวที่ส่งให้ดูก่อนมาเจอตัวจริง เป็นการเปิดประเด็นที่สร้างความสงสัยให้กับนุดวิจัยและพี่หมอ จึงได้มีการถกกันพักใหญ่ด้วยว่าเห็นต่าง คือไม่รู้สึกว่าขนาดของลูกตาสองข้างไม่เท่ากัน

ก่อนที่จะปิดประเด็นด้วย การจะใช้เครื่องมือตรวจละเอียดวันรุ่งขึ้น

“สามเรื่องการมองเห็น ตอนนี้ตาข้างนั้นมองไม่เห็นละ สี่ถ้าสังเกตจะเห็นจุดแดงๆ ที่ตาซึ่งแสดงถึงการอักเสบซึ่งอาจจะเกิดจากการต่อสู้กันหรือใดๆก็ตาม

“ ประเด็นอักเสบนุดวิจัยรับได้ แต่สาเหตุเกิดจากการต่อสู้กันทำให้เกิดการอธิบายและให้ข้อมูลเพิ่มเติม “ในมุมของนักวิจัยคิดว่าการต่อสู้กันจนทำให้ตาเจ็บไม่น่าจะเป็นจริงเพราะหากเสือตบกันจริงสิ่งแล้วที่ควรหายไปคือผิวหนังและควรทิ้งร่องรอยแผลเป็นไว้บนใบหน้า แต่นี่ไม่มีเลย”

“มุมมองของเสือเมื่อเจอตาโปนแบบนี้ คือโปนจากน้ำที่ดันออกมา และแต่ ที่กังวลคือว่าถ้าเกิดจากเนื้อ ไม่ใช่น้ำ มันจะเหนี่ยวนำให้กลายเป็นโรคเนื้องอกแล้วลุกลามไปอีกข้างหนึ่งได้”

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะมีการใช้เครื่องมือที่ขนใส่รถมามีมูลค่ารวมๆ ร่วมสองล้านบาทเชคอย่างละเอียดอีกครั้งเมื่อเสือสลบในวันรุ่งขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ก่อนนอนคือ ภาวนาให้ตาข้างซ้ายนั้นปูดโปนเพราะน้ำไม่ใช่เนื้อ เพราะผลลัพธ์การรักษาจะต่างกันอย่างยากจะทำใจ

ขณะบะลาโกลอยู่ในความเคลิ้มเพราะฝีมือการวางยาของพี่หมอ คุณหมอตาก็เชิญนุดวิจัยไปร่วมวินิจฉัย โดยให้ใช้นิ้วมือจับดวงตาทั้งสองข้างของบะลาโกลพร้อมกัน

“โห! ทำไมข้างซ้ายเหมือนลูกโป่งอัดแน่นด้วยแก๊สที่ถูไปมาแล้วจะมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดเลย ส่วนอีกข้างมีความนุ่มและหยุ่นมือ”

คุณหมอตาได้ทีจึงสำทับว่า “ เห็นไหมความพิเศษของการสัมผัสด้วยดิจิท(ซึ่งหมายถึงนิ้วมือ) ได้ผลไม่แพ้ระบบดิจิตอลเลย”

สุดท้ายอาการของลูกตาซ้ายเมื่อตรวจด้วยเครื่องมือทันสมัยทุกชิ้นที่ขนมาก็เป็นไปตามที่คาด

ลูกตาข้างซ้ายของบะลาโกลมีขนาดใหญ่โตผิดปกติแตกต่างจากตาขวามาก กระจกตาฉีกขาดเสียหายรุนแรงจนลอยไปมาคล้ายรังนกเมื่อมองผ่านกล้องอัลตร้าซาวด์

“ถ้าอยากให้เสือมีชีวิตต่อไปอย่างไม่ต้องเจ็บปวดนัยน์ตาและไม่เป็นสาเหตุให้เป็นโรคที่ลามไปติดอีกข้างหนึ่งที่ยังใช้งานได้ดีอยู่ หมอแนะนำให้เอาลูกตาออก ตามที่ได้คุยกันไว้เมื่อวานว่า บะลาโกลไม่ใช่สัตว์เลี้ยงต้องรักษาให้ดีและจบในครั้งเดียว”

ในเมื่อที่ผ่านมาซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเวลายาวนานแค่ไหนแล้วแต่ที่แน่ๆไม่ควรต่ำกว่าครึ่งปีที่บะลาโกลได้ใช้ชีวิตลำพังด้วยตาเพียงข้างเดียว ต่อไปข้างหน้าซึ่งยังเหลือเวลาให้ดำเนินชีวิตเกินกว่าที่ก้าวผ่านมา

การเดินต่อไปด้วยตาเพียงข้างเดียว ด้วยสุขภาพที่ดีขึ้น มีความพร้อมในการเผชิญโลกมากขึ้น และอาจจะด้วยการประคับประคองดูแลจากเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่อนุรักษ์ดูแลทั้งผืนป่าและสัตว์ป่า รวมถึงการติดตามสอดส่องโดยนักวิจัย

มันอาจได้ใช้ชีวิตโลดแล่นและทำหน้าที่ในธรรมชาติได้อย่างยาวนานก็เป็นได้

นับว่าแต้มบุญบะลาโกลนั้นแตกต่างจาก วีระพงศ์ วิจิตร และตัวอื่นๆ อย่างชัดเจน สำหรับชะตากรรมที่ตกที่นั่งลำบากแล้วได้รับการเยียวยาทั้งอาหารและการรักษา หวังว่ามันจะได้ใช้ชีวิตต่อไปอย่างคุ้มค่าในบทบาทหน้าที่ของผู้อยู่บนยอดปิรามิดสายใยอาหารของระบบนิเวศ

จังหวะที่คุณหมอตาเชิญนุดวิจัยร่วมวินิจฉัยลูกตาเสร็จ นุดได้ถอยกรูดไปที่ส่วนหาง คว้าไข่คู่เห็นชัดเจนขึ้นมาก “เฮ้ยไข่เท่าไข่นกกระทาแล้ว “ แล้วพยามยามใช้สองนิ้วบีบบังบังคับให้เห็นส่วน จู๋ จนนิ้วเกร็งไปหมด สรุป “น้องมีไข่แต่ยังไร้เงาจู๋ “ ดังนั้นเดิมพันหนึ่งพันจึงเหลือมูลค่าห้าร้อยตามหลักฐานที่มาเพียงครึ่งเดียว นุดวิจัยฝากส่งข่าวถึงคลองลาน1 ด้วย

หมายเหตุ ก่อนจะเนียนมาร่วมวินิจฉัยลูกตาอีกรอบนุดเขาได้เปลี่ยนถุงมือใหม่ก่อนนะ อย่าได้คิดมาก

ขอขอบคุณนายสัตวแพทย์อานนท์ ชุมคำลือ สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้
ขอบคุณบรรดาสายเปย์ค่ามื้อใหญ่ให้บะลาโกล
ขอบคุณภาพประกอบจากเอฟซีบะลาโกล
ขอบคุณสิ่งที่ได้กำหนดชะตาชีวิตบะลาโกล
#บะลาโกล เสือคลองลาน