เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 1/2560 ก่อนประชุมได้เชิญ นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย บรรยายพิเศษเรื่อง “การบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข”ในรายละเอียด 3 เรื่อง คือ 1. การบูรณาการ 4 กระทรวงเรื่องเด็กปฐมวัยและผู้สูงอายุ 2.บทบาทการดำเนินงานด้านสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกระทรวงสาธารณสุข3.การดำเนินการเรื่องบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ โดยมีการถ่ายทอดผ่านระบบวิดีโอทางไกล ไปยังสำนักงานสาธารณสุขทั่วประเทศ มีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเข้าร่วมรับฟัง
โดยนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า โครงสร้างการทำงานของกระทรวงมหาดไทยและสาธารณสุขคล้ายกัน ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค สามารถใช้โครงสร้างที่มีอยู่ในทุกระดับ บูรณาการทำงานร่วมกัน ทั้งในงานตามภาระกิจนโยบายของกระทรวง รวมทั้งในวาระพิเศษ เช่น น้ำท่วมภาคใต้ โรคระบาด ที่กระทรวงมหาดไทยในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอต้องทำงานตามนโยบายของหน่วยราชการนั้น เช่น ประชาชนเครียดทรัพย์เสียหายจากน้ำท่วม ต้องประสานให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าไปดูแลเยียวยา แบ่งงานกันทำตามความเชี่ยวชาญ
นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า ในด้านการสนับสนุนงบประมาณ ขณะนี้ได้มอบเป็นนโยบายให้มีงบแก้ไขปัญหาสังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องหารือกระทรวงด้านสังคมดำเนินการเช่น ปัญหาการขาดสารไอโอดีน การดูแลด้านพัฒนาการเด็กในศูนย์เด็กเล็ก19,000กว่าแห่ง
ทั้งนี้ หากงบประมาณการดูแลสุขภาพประชาชนตามภาระของกระทรวงสาธารณสุข ไม่เพียงพอ สามารถขอใช้งบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดได้ ซึ่งนายแพทย์สาธารณสุขได้ร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยคณะกรรมการพัฒนาจังหวัด เป็นผู้ชี้เป้าชี้ปัญหา ชี้ความต้องการ แต่การปฎิบัติให้หน่วยงานที่เชี่ยวชาญลงมือ ในส่วนการดูแล ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ รวมทั้งผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์ ได้ออก(ร่าง)ระเบียบท้องถิ่นว่าด้วยการดูแลผู้ป่วยยากไร้ พ.ศ. 2560 เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถให้บริการประชาชนในมิติทางด้านสังคมได้ เช่น การจัดรถรับส่งผู้ป่วย เป็นต้น ช่วยกระทรวงสาธารณสุขดูแลประชาชนได้
นายกฤษฎา กล่าวว่า นอกจากนี้ ในเรื่องบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ ขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้สิทธิการรักษาใน 3 กลุ่ม คือ 1.ชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนที่มีทะเบียนประวัติ เข้ามาก่อนปี 2542 รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ 2,400บาทต่อหัวต่อปี 2.กลุ่มนักเรียนที่ขึ้นทะเบียนกับโรงเรียน เข้ามาในปี 2548-2554 และ 3.คนบุคคลไร้รากเหง้า ตามทะเบียนของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ทั้งนี้ อยู่ระหว่างประกาศหลักเกณฑ์ บุตรชนกลุ่มน้อยที่เกิดในไทยและเรียนหนังสือในไทย

