หน้าแรก ในประเทศ กอ.รมน.ลงเขาค...

กอ.รมน.ลงเขาค้อ กำชับไม่ให้มีสถานเริงรมย์ หนุนชาวเขาทำเกษตร-เที่ยวเชิงวัฒนธรรม

31.01.17 | 18:15 น.
วันที่ 31 มกราคม พล.ท.ชวลิต พงษ์พิทักษ์ รอง ผอ.ศปป.4 กอ.รมน.พร้อมคณะลงพื้นที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อติดตามการดำเนินการแก้ไขการใช้พื้นที่ของกองทัพภาคที่ 3 ที่ขอใช้จากกรมป่าไม้เพื่อเป็นที่ทำกินของ รอส.แล้วถูกเปลี่ยนการครอบครองของนายทุนที่เข้าไปสร้างบ้านพักตากอากาศและรีสอร์ตเป็นจำนวนมาก โดยได้ร่วมประชุมหารือกับนายอำเภอเขาค้อ ทหาร ตำรวจ และป่าไม้ในพื้นที่
จากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้ที่ดินของโรงเรียนร่มเกล้าเขาค้อซึ่งมีสร้างโรงแรมรีสอร์ตในโรงเรียน ซึ่งนายฐิติศักดิ์ กันเขตต์ นอภ.เขาค้อพยายามชี้แจงว่า เป็นโครงการนำร่อง ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ตามนโยบายของ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีต รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งทางโรงเรียนให้เอกชนเช่าที่ดินเพื่อจัดสร้างโรงแรมรีสอร์ตขึ้น เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับเด็กนักเรียน  จากนั้นคณะ พล.ท.ชวลิตยังเดินทางไปที่สำนักงานโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้ากังหันลมเพื่อดูความมั่นคงด้านพลังงาน เนื่องจากยังมีข้อขัดแย้งกับชาวบ้านเรื่องสิ่งปลูกสร้างภายในโครงการ
พล.ท.ชวลิตเปิดเผยว่า เขาค้อมีศักยภาพสูงในทุกด้าน ทั้งอากาศ ดิน ธรรมชาติ และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ แต่ปัจจุบันพบว่าที่ดินมีการเปลี่ยนมือไปมาก ทั้งมีการบุกรุกป่าและการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างที่พักตากอากาศและรีสอร์ต จำเป็นต้องควบคุมให้ดำเนินไปให้ถูกต้องและยั่งยืน เบื้องต้นได้กำชับทุกส่วนต้องไม่ให้มีสถานเริงรมย์หรือบาร์เบียร์เกิดขึ้นในพื้นที่โดยเด็ดขาด เพราะหากมีเกิดขึ้นจะทำให้เอกลักษณ์ของพื้นที่ถูกกลืนหายไป และให้มีการควบคุมห้ามมีโรงแรมระดับ 4-5 ดาว และการไม่ให้มีการขยายพื้นที่การก่อสร้างและบุกรุกใหม่ รวมถึงติดตามแกนนำที่เกิดการต่อต้านการแก้ไขปัญหาของรัฐ โดยให้ถือเป็นผู้มีอิทธิพล
พล.ท.ชวลิตกล่าวว่า ส่วนการครอบครองที่ดินของราษฎร ขอให้ทางอำเภอไปสร้างความรู้ความเข้าใจถึงสิทธิการครอบครองที่ถูกต้อง โดยเฉพาะชาวเขาที่ ต.เข็กน้อย นอกจากให้ชาวบ้านรู้เรื่องเอกสารสิทธิแล้วให้ส่งเสริมเรื่องการทำเกษตรและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งนอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดแล้ว ยังลดความขัดแย้งและพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย เช่นเดียวกับการสร้างพลังงานไฟฟ้ากังหันลมซึ่งทางบริษัทขอใช้จากกรมป่าไม้จำนวน 450 ไร่นั้น ขอให้ควบคุมไม่ให้มีการก่อสร้างหรือบุกรุกพื้นที่ โดยไม่ปล่อยให้ความผิดเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์เนื่องจากจะเกิดความยุ่งยากต่อการแก้ไข