วันที่ 31 มกราคม 2560 การประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือนมกราคม 2560 สนง.ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม จ.อุดรธานี ในฐานะตัวแทนคณะทำงานแก้ไขปัญหา ประชากร“ต้นชะโนด” ลดน้อยลง ในป่าคำชะโนด สถานที่มีความเชื่อเป็นทางขึ้นลงเมืองบาดาล ได้แจ้งถึงประกาศ จ.อุดรธานี ในการตรวจนับต้นชะโนด ด้วยการติดแท็ปและทำแผนผัง ตามหลักวิชาการในพื้นที่ 26.6 ไร่ พบมีต้นชะโนด 1,275 ต้น กล้าต้นชะโนด 669 ต้น ซึ่งลดลงจากการตรวจนับครั้งก่อน ท่ามกลางคลื่นมหาชนหลังไหลมา รถติดยาวนับ 10 กม.
โดยคณะทำงานรายงานว่า “ต้นชะโนด” เป็นพันธ์ไม้ที่ยังไม่มีการศึกษา พบเกิดขึ้นที่ จ.นราธิวาส จ.ลพบุรี แต่เป็นการเกิดกระจัดกระจาย ส่วนที่ จ.อุดรธานี เกิดรวมกันเป็นกลุ่ม ในพื้นที่สาธารณะประโยชน์ มีลักษณะน้ำล้อมรอบ สาเหตุที่ทำให้ต้นชะโนดเหี่ยวเฉาและตาย เกิดจากหลายสาเหตุ เช่นการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศน์ จากการกระทำของมนุษย์ การถมพื้นที่ด้านหน้าสร้างอาคาร สถานที่ขายสอนค้า และที่จอดรถ จนปิดทางน้ำผ่าน , การสร้างถนนรอบเปลี่ยนทางน้ำ , การสร้างสิ่งปลูกสร้างทั้งด้านหน้า ทางเข้า และภายใน ทำให้มีน้ำหนักกดลงไม่ลอยเหมือนอดีต รวมทั้งอาจเป็นการสิ้นอายุขัย

นอกจากนี้การเดินทางมาของผู้ที่มีความเชื่อเพื่อบนบานศาลกล่าวและขอพร รวมไปถึงนักท่องเที่ยว จากจำนวนร้อยต่อวัน มาเป็นจำนวนหมื่นต่อวัน ทำให้เกิดการรบกวนระบบนิเวศน์จาก ควันธูปจากการไหว้ เสียงดนตรีจากรำแก้บน และอื่นๆ ที่ผ่านมามีคนในท้องถิ่นเป็นนักวิชาการ ได้ทำการเพาะพันธุ์ต้นชะโนด และนำไปปลูกทดแทนในพื้นที่บ้างแล้ว รวมทั้งมีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฯ ได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาบ้างแล้ว ขณะที่คณะทำงานกำลังสรุปผลสำรวจ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ ร่วมกันจัดการไปในแนวทางเดียวกัน
นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้สอบและขอความคิดเห็น จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมมีคำสั่งให้ สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับคณะทำงาน ติดตามแก้ไขระบบนิเวศน์ของป่า ให้ต้นชะโนดกลับมายืนต้นสดชื่น รวมทั้งเพิ่มประชากรในส่วนที่ขาดหาย , ให้ฝ่ายปกครอง จ.อุดรธานี ร่วมกับอำเภอ และท้องถิ่น จัดระเบียบพื้นที่ด้านหน้า และให้ สนง.ที่ดิน จ.อุดรธานี พิจารณาการใช้กฎหมาย ให้มีการใช้ที่ดินอย่างถูกต้อง โดยให้เดินสายกลาง ด้วยความละมุนละม่อม ในการแก้ไขปัญหา เพราะเป็นพื้นที่มีความเชื่อ และทำมาหากินของชาวบ้าน

