เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2560 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยกรณีศาลอาญาจำคุก 10 ปีคดีชายชุดดำยิงระเบิดแยกคอกวัวเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ว่า จากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในปี 2553 มีการชุมนุมเรียกร้องในเขตกรุงเทพฯและต่างตังหวัด สถานการณ์มีความรุนแรงจนต้องประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพฯและบางพื้นที่ในเขตปริมณฑล มีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจร่วมกันปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่ต่างๆ โดยเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 เวลา 20.00 น. มีการปฏิบัติการขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเฉพาะบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนตะนาว และบริเวณข้างเคียง โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทหารเป็นกำลังหลักในการปฏิบัติ ขณะนั้นมีกลุ่มคนร้ายแต่งกายเป็นชายชุดดำ ใช้อาวุธสงครามยิงและขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ทหารและประชาชน จนเป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายจำนวนหลายราย อาทิ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม กับพวก เป็นต้น
พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวต่อว่า พฤติกรรมคนร้ายชายชุดดำเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของสังคมตลอดมาว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ และเป็นกองกำลังของฝ่ายใด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. และตน ขณะนั้นดำรงตำแหน่ง ผบช.ภ.1 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร นำโดย พล.ต.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 พ.อ.วิจารณ์ จดแตง ผู้อำนวยการกฎหมาย กอ.รมน. หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานกฎหมายส่วนรักษาความสงบ คสช.กับพวก ร่วมกันสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนออกหมายจับนายกิตติศักดิ์ หรืออ้วน สุ่มศรี อายุ 45 ปี นายธนเดช หรือไก่รถตู้ เอกอภิวัชร์ อายุ 39 ปี (หลบหนี) นายวัฒนะโชค หรือโบ้ จีนปุ้ย อายุ 23 ปี ชาว จ.เพชรบูรณ์ (หลบหนี) นายปรีชา หรือไก่เตี้ย อยู่เย็น อายุ 24 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ นายรณฤทธิ์ หรือนะ สุริชา อายุ 33 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี นายชำนาญ หรือเล็ก ภาคีฉาย อายุ 45 ปี นางปุณิกา หรืออร ชูศรี อายุ 39 ปี โดยกล่าวหาว่าร่วมกันมีและใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้, พกพาอาวุธปืนและวัตถุระเบิดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
หรือไม่มีเหตุอันสมควร
พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวอีกว่า วันนี้ศาลอาญาอ่านคำพิพากษา โดยศาลพิเคราะห์แล้ว พิพากษาจำคุก 10 ปีนายกิตติศักดิ์และนายปรีชา ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 กรณีมีและใช้ปืนเอ็ม 79 และปืนอาก้ายิงใส่ระหว่างสลายชุมนุมเสื้อแดงคอกวัว และให้ยกฟ้องนายรณฤทธิ์ นายชำนาญ และนางปุณิกา เนื่องจากหลักฐานไม่ถึง จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย แต่ให้ขังจำเลยทั้ง 3 คนไว้ระหว่างอุทธรณ์คดี
“จากข้อเท็จจริงและคำพิพากษาข้างต้น จึงเป็นที่แน่ชัดและเชื่อได้ว่ามีกลุ่มคนร้ายหรือชายชุดดำใช้อาวุธสงครามยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 จริง” รอง ผบ.ตร.กล่าว

