วันชัย ตัน เปิดปวศ. รสขม ขยี้ปมสิ่งแวดล้อม กาง The Lost Forest หวังรัฐดันวาระแห่งชาติ

17.03.24 | 16:42 น.

’วันชัย‘ ชี้ GDP ยิ่งก้าวกระโดด ปัญหาสิ่งแวดล้อมยิ่งมากขึ้น เผยปัญหาอีกด้านที่สังคมไม่พูดถึง ในหนังสือ The Lost Forest

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 17 มีนาคม ที่ Brainwake Café  โรงแรมชามา สุขุมวิท กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์มติชน จัดกิจกรรมเสวนา The Lost Forest : ประวัติศาสตร์รสขม และปมปัญหาของสิ่งแวดล้อมไทย โดยมี นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ นักเขียนและสื่อมวลชนชื่อดัง เจ้าของผลงาน The Lost Forest ประวัติศาสตร์ (การทำลาย) สิ่งแวดล้อมไทยและสงครามแย่งชิงทรัพยากร  ดำเนินรายการโดย นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยายกาศการเสวนาคึกคักเป็นอย่างมาก โดยนายวันชัย กล่าวว่า ในอดีตเคยมีชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม โดยในช่วงพ.ศ.2539 การทำข่าวมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ตัว และโลกร้อน สื่อมีความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม  มีบทความหรือข่าว ติดตามเรื่องสิ่งแวดล้อม ทำให้เรื่องใกล้ตัว อย่างสิ่งแวดล้อมภัยธรรมชาติจับต้องได้ง่ายขึ้น ขณะที่ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมกลับมารุนแรงขึ้น แต่ไม่ถูกพูดถึงเหมือนในอดีต

“เคยมีคำพูดที่ว่า การยิงธนู ถ้าเราสาวมันลึกๆ เวลาปล่อยมันจะมีแรงพุ่งไปข้างหน้ามันจะไปได้ไกล เหมือนกับไปประวัติศาสตร์ ยิ่งสาวไปลึกๆ ยิ่งทำให้เราชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในตามท้องตลาด มักมีหนังสือประวัติศาสตร์เยอะมาก ทั้งประวัติศาสตร์บ้านเมือง การเมือง แต่ไม่มีประวัติศาสตร์สิ่งแวดล้อมอยู่เลย เพราะว่า มันมีแต่ตัวเลข สถิติ มันทำให้น่าเบื่อ และไกลตัวมากๆ คนเลยไม่ค่อยอยากหยิบหนังสือเล่มนี้ เราเรียบเรียงประวัติศาสตร์สิ่งแวดล้อมสังคมไทย น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้นักเขียนได้อยากจะเขียนให้มากขึ้น”นายวันชัย กล่าว

Advertisement

นายวันชัย เล่าต่อไปว่า ในมุมมองหนังสือประวัติศาสตร์สิ่งแวดล้อมเล่มนี้ คือ  ‘ปัญหาสิ่งแวดล้อมมักเดินตามแนวทางเศรษฐกิจ’ ถ้าเศรษฐกิจโตสิ่งแวดล้อมจะแรงมากขึ้น หากคุณจะสร้างเขื่อน คุณก็ต้องทำลายป่า ถ้า GDP โตมากขึ้น สิ่งแวดล้อมก็จะถูกทำลายไปด้วย

“นักนิเวศสิ่งแวดล้อม มักบอกว่า ถ้าเศรษฐกิจดี การทำลายก็จะมากขึ้น แม้กระทั่งPM 2.5 นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ปัญหาโลกร้อนมาจากการขุดน้ำมัน เวลามันส่งผลกระทบ มักส่งผลในช่วงเวลาที่มนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้” นายวันชัย กล่าว

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า การทำลายสิ่งแวดล้อมในธรรมชาติสามารถเลี่ยงได้หรือไม่?

นายวันชัย กล่าวว่า เวลาเราจะพัฒนาเศรษฐกิจ เรามักไม่พูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม มักไม่พูดถึงคนตัวเล็กตัวน้อยของสังคม คุณจะแก้ปัญหาคนจำนวนมากที่มีปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างไร ในหนังสือเล่มนี้มักมีอีกด้านหนึ่ง ของสังคมไทย ที่ไม่มีใครพูดถึง

“มีนักวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อมจากสวีเดน บอกว่า มีปัญหาสิ่งแวดล้อม อยู่7อย่าง แต่เป็นปัญหาที่ธรรมชาติไม่สามารถจัดการตัวเองได้  ทั้งการสูญพันธุ์ของสัตว์ที่อยู่บนโลก อาทิ สมัน ที่นับเป็นการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ และเป็นการสูญพันธุ์จากฝีมือมนุษย์ , เหตุการณ์อุกกาบาตตกก็เป็นการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์เช่นกันปัญหาทุกวันนี้ของโลกคือ การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต และสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ กลัวที่สุด คือการสูญพันธุ์ของผึ้ง เพราะว่าสารเคมี ผึ้งเป็นตัวการที่สารสารอาหารให้แก่คนทั่วโลก ซึ่งไม่มีใครรู้ และไม่มีใครสนใจ นักวิทยาศาสตร์กลัวเรื่องผึ้งมาก

ปัญหาหาต่อมา คือปัญหาโลกร้อน ประเทศไทยถูกมองว่า ภายใน40ปีข้างหน้า บริเวณพื้นที่ชายหาดอ่าวไทย แถบปริมณฑล จะจมน้ำ มีคนบอกว่า ถึงเวลาเดียวรัฐบาลเขาก็ทำเขื่อน ซึ่งอาจจะไม่ทันใครบ้านอยู่แถวรามคำแหง ก็น่าจะไปหมด เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้น บริเวณชายฝั่งจะได้รับผลกระทบอย่างเยอะมาก เขาต้องมองเห็นปัญหานี้ได้แล้ว“ นายวันชัยกล่าว

นายวันชัยกล่าวว่า ปัญหาใหญ่ทุกวันนี้ของโลกเราคือ ปัญหาแย่งชิงน้ำ โลกเรามีธารน้ำแข็งละลายจำนวนมาก ต้นน้ำคือเทือกเขาหิมาลัย แต่ถ้าวันหนึ่งไม่มีน้ำจะเกิดอะไรขึ้น คุณจะเห็นปัญหาแยกชิงน้ำเกิดขึ้นแน่นอน ถ้าเทือกเขาหิมาลัยไม่มีน้ำ จะเกิดการกั้นเขื่อนของแต่ละประเทศแน่นอน

ผู้ดำเนินรายการถามว่า เหตุใดในหนังสือระบุว่า  ‘โลกร้อนไม่ควรใช้ ควรใช้คำว่าโลกเดือด’

นายวันชัย เผยว่า คำว่าโลกเดือดหมายถึง การที่เราได้ก้าวไปสู่จุดที่มนุษย์ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว เป็นสิ่งที่สิ่งแวดล้อมมาจัดการเราเอง

ผู้ดำเนินรายการถามว่า รัฐบาลควรแก้ปัญหาเรื่องโลกเดือดอย่างไร?

นายวันชัย ตอบว่า เราต้องดูว่ารัฐบาลจริงจังขนาดไหน?

“รัฐบาลต้องเขาใจปัญหาก่อน นายกฯ ไปเยือนเชียงใหม่ ยังบอก อากาศดีเกินคาด ปัญหาจังหวัดเชียงใหม่ มีปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5  แต่กลับขี่จักรยานโชว์ ควรจัดการเรื่องปัญหา PM2.5  ชาวบ้านรู้ว่าปัญหาคืออะไร  เราต้องให้กระจายอำนาจของคนในพื้นที่ ที่เขาเจอปัญหา มีความรู้ด้านนี้ ในการจัดการ ไม่ใช่การสั่งการมากจากคนที่ไม่อยู่ในพื้นที่

ประเทศสิงค์โปร์ สั่งให้บริษัทที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับปาล์มน้ำมัน เพราะมีการทำลายธรรมชาติ ทั้งเผาป่า ตัดไม้ รัฐบาลสั่งให้หยุดการผลิต และสั่งให้ยกสินค้าออกจากห้างทั้งหมด ก็ทำให้โรงงานที่ผลิตน้ำมันปาล์มอยู่ไม่ได้ แต่รัฐบาลไทยได้แค่ ขอความร่วมมือเท่านั้น ” นายวันชัย กล่าว

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อม จังหวัดเชียงใหม่ทำอย่างไรให้ดีขึ้น?

นายวันชัย เผยว่า ชาวเชียงใหม่ต้องยอมรับว่า หากมีการช่วยเหลือที่ไม่จริงจัง เราต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน

“ถ้าถามเราว่า เขาพยายามที่ทำไหม? เขาก็พยายาม มีการวางแผน แต่ถ้ามีรองนายก เขาไปดูพื้นที่ตลอด อยู่กับปัญหาในพื้นที่ จะทำให้ชาวบ้านนั้นใจชื่นมากขึ้น แต่ทุกวันนี้ ก็มีปัญหาก็บินมา 2 ชม. แค่นั้น ถามว่า ถ้าเขาคิดว่า นี่คือปัญหาใหญ่ระดับประเทศ ตนเชื่อว่า

เขาจะจัดการได้ อย่างน้อยมาอยู่กับปัญหา ก็ยังได้ใจคนในพื้นที่ ไม่ใช่เพียงแค่มาแจกหน้ากากอนามัย ทุกวันนี้ คนเชียงใหม่ไม่เห็นดอยสุเทพแล้ว ” นายวันชัย กล่าว

ผู้ดำเนินรายการถามว่า ประเด็นสิ่งแวดล้อมควรเป็นวาระแห่งชาติหรือไม่ ?

นายวันชัย กล่าวว่า ควรจะเป็นวาระแห่งชาติได้นานแล้ว

“ผมนำรูปขณะขึ้นเครื่องบินไปเชียงใหม่ แล้วส่งให้เพื่อนๆดู เขาถามกลับมาว่า นี่ประเทศอะไร? ผมบอกเชียงใหม่ ทุกคนตกใจมาก ทำไมประเทศเรา มีอุตสาหกรรมเยอะขนาดนี้ อย่าคิดว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 มันเป็นฤดูกาลเดียวฝุ่นก็ไปแล้ว พอฝนตกมา ขออย่าให้คิดแบบนั้น” นายวันชัยกล่าว

จากนั้นนายวันชัย เล่าถึง ปรากฏการณ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลว่า มักมาจากปัญหาปุ๋ยไนโตรเจน ทำให้หญ้าทะเลนั้นตาย ซึ่ง ‘พะยูน’ เป็นสัตว์กินหญ้าทะเล จึงขาดอาหาร และตาย หรือสูญพันธุ์ไปในที่สุด

“โลกมีขีดจำกัดของธรรมชาติจะเยียวยาตัวเองได้ แต่มีสิ่งที่ไม่สามารถเยียวยาได้อยู่ 3เรื่อง นั้นคือ การทำลายสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ  การปลดปล่อยไมโครพลาสติก

การปล่อยไมโครพลาสติก คือ ถุงพลาสติก ที่เราใช้กันจำนวนมาก พลาสติกไปทุกส่วนของโลกแล้ว ไมโครพลาสติกคือส่วนที่เล็กที่สุดของพลาสติก หากไปสะสมที่สิ่งมีชีวิตในท้องทะเล ก็จะทำให้สัตว์เสียชีวิต เป็นการทำลายสัตว์โลกไม่รู้ตัว

การทำลายคุณภาพดิน การทำลายป่า เวลาที่ป่าถูกทำลาย ในดินมักมีเมล็ดพันธุ์อยู่ในดิน เวลาเราเผาป่า เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นก็จะถูกทำลายไปด้วย ปัจจุบันการเผาป่ายังไม่หยุดสิ้น แถมมีสถิติการเผาป่าเกิดขึ้นในประเทศไทยจำนวนมากอีกด้วย” นายวันชัยกล่าว

ผู้ดำเนินรายการ ถามว่า ประชาชนจะมีความหวังอย่างไร  และทุกคนอยากช่วยให้โลกดีขึ้น อะไรที่ประชาชนจะช่วยได้บ้าง?

นายวันชัย กล่าวว่า ปัญหาใหญ่สุดของสังคมไทยคือ การนำข้อเท็จจริงมาพูดกันก่อน เมื่อเรารู้ปัญหา ก็จะมีพลังให้ผู้มีอำนาจนั้นเดินตาม วันนี้ถ้าถึงจุดหนึ่ง ผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องก็ต้องเดินตาม มันไม่ใช่ปัญหารูทีน แต่ต้องเป็นปัญหาใหญ่ เป็นวาระแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีต้องหยุดไปเดินสายไปต่างประเทศให้น้อยลง เดินสายในประเทศให้มากขึ้น คนที่เข้าใจปัญหา ก็จะรู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมีนหนักหนาแค่ไหน

ผู้ดำเนินรายการถามว่า ในฐานะที่เคยเป็นสื่อ เคสไหนที่เป็นปัญหาที่อยากให้คนเห็นภาพ แบบรูปธรรม?

นายวันชัย ยกตัวอย่างว่า อุตสาหกรรมมาบตาพุด เราค้นพบน้ำมันในประเทศ มาบตาพุดโตอย่างรวดเร็ว ทำให้เศรษฐกิจไทยโตอย่างรวดเร็ว แต่อีกด้านคือปัญหาสิ่งแวดล้อม เรื่องฝุ่นควันพิษ คนเป็นมะเร็งสูงขึ้น เราพูดแต่เรื่องความเจริญ แต่การขาดความใส่ใจเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม

ผู้ดำเนินรายการถามว่า โลกร้อนคนมักติดแอร์มากขึ้น แต่ไม่จัดการปัญหาที่เกิดขึ้น จะทำอย่างไรให้คนเห็น ไม่ใช่การจ่ายเงินเพื่อแก้ปัญหา?

นายวันชัย ตอบว่า ตนขอยกตัวอย่างโมเดลสิงคโปร์ ซึ่งแข็งแรงมาก สินค้าที่มีปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเขานำออกทันที

“รัฐบาล สภาประชาชนสิงคโปร์เขาแข็งแรงมาก เขาต้องฟังเสียงประชาชนเพราะมาจากการเลือกตั้ง เราหวังว่ารัฐบาลในไทยจะฟังเสียงประชาชน เพื่อปรับปรุงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของประเทศ”นายวันชัยทิ้งท้าย

ต่อมา ในช่วงเวลา 15.15 น. นายวันชัย ได้แจกลายเซ็นแก่ผู้ซื้อหนังสือเล่มใหม่ The Lost Forest ภายในร้านอีกด้วย

ทั้งนี้สำนักพิมพ์มติชน ยังมีการจัดจำหน่ายหนังสือภายในร้าน Brainwake Café  มีทั้งสินค้าลดราคา และสินค้าโปรโมชั่นลด 20% อีกมากมาย และมีหนังสือ The Lost Forest จำหน่ายร่วมด้วย โดยในวันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายนี้ สำนักพิมพ์มติชนเตรียมจำหน่ายเล่มดังกล่าวในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ “ในบูธสำนักพิมพ์มติชน J47