พล.ต.อ.ชัชวาลย์ฟันธงต้องแก้คำสั่ง ตร.419 ทำสำนวนสอบสวนคดีอาญา

18.03.24 | 19:05 น.

พล.ต.อ.เอก ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิโพสต์ กูรูวิชาสอบสวน “พล.ต.อ.ชัชวาลย์” ฟันธงต้องปรับ แก้คำสั่ง ตร.419 การทำสำนวนสอบสวนคดีอาญา ฯลฯ อำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน


เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ กรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ระบุทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา(15 มี.ค.2567) ผมไปบรรยาย เรื่องปัญหา อุปสรรค และการพัฒนางานสอบสวน ให้แก่พนักงานสอบสวนในสังกัด กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 จำนวน 430 นาย ที่กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 อ.เมือง จว.นครปฐม

ในช่วงบ่ายมีการสัมมนากลุ่มย่อย เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมสัมมนาในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวน เรื่องการแก้ไขคำสั่ง ตร.419/2556 เป็นหัวข้อหนึ่งซึ่งได้รับความสนใจและมีข้อเสนอแนะมากมายจากน้องๆพนักงานสอบสวนให้มีการปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติมให้เหมาะสมกับบริบทคดีอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงไปคำสั่ง ตร. 419/2556 เรื่องการอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญา การทำสำนวนการสอบสวน และมาตรการควบคุม ตรวจสอบ และเร่งรัดการสอบสวน

ต้องฟัง พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร ครูสอนวิชาสอบสวนพนักงานสอบสวนทั้งประเทศ ผู้มีคุณูปการต่อสู้เพื่อสิทธิประโยชน์ของพนักงานสอบสวนมาตลอด พูดถึงคำสั่ง ตร.419/2556

Advertisement

“ถึงพงส.ที่รักทุกท่าน ในฐานะประธานยกร่างคำสั่ง 419 ร่วมกับพงส.และคณะอีกหลายท่าน ขอเรียนเพิ่มเติม ถ้าทราบแล้วเป็นการเสริมความเข้าใจร่วมกัน
ช่วงก่อนร่างคำสั่ง 419 มีกม.เพิ่มเติมและที่แก้ไขเพิ่มเติมหลายฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติของพงส. เช่นรัฐธรรมนูญ ป.วิ.อาญา จำเป็นต้องแก้ระเบียบเกี่ยวกับคดี หรือมีคำสั่ง หนังสือสั่งการเฉพาะเรื่องให้พงส.และผู้ปฏิบัติ รวมทั้งยังมีคำสั่งข้อบังคับ ระเบียบและหนังสือสั่งที่ยังเป็นของเดิมจำเป็นต้องแก้ไขหรือยกเลิก

การแก้ระเบียบเกี่ยวกับคดี ต้องใช้เวลา(ทราบว่าวันนี้ยังไม่ได้แก้ เพียงแต่นำบางลักษณะมาปรับปรุง) แก้ข้อบังคับยิ่งยากเพราะผู้มีอำนาจคือท่านนายก ถ้าตามไปแก้ไขคำสั่ง จะมีหลายคำสั่ง หนังสือสั่งการก็มีหลายฉบับ
ตามพ.ร.บ.47 ท่านผบ.ตร.มีอำนาจออกคำสั่งตามม.11(4) สามารถแก้ไขข้อบังคับได้(ผลจากการหารือกฤษฎีกา) จึงเป็นที่มาของการยกร่างคำสั่ง 419 โดยมีการแก้ไขข้อบังคับมท.(เช่น ระยะเวลาในการสอบสวนฯ)แก้ไขระเบียบที่เกี่ยวกับการสอบสวน การสอบสวนชันสูตรพลิกศพ ยกเลิกคำสั่งหลายๆคำสั่ง มีบางส่วนนำมาใส่ไว้ใน 419 และมีเรื่องอื่นๆอีกตามที่ปรากฎในคำสั่ง

ถึงวันนี้ปี 67 ผ่านมา 10 ปี มีหลายเรื่องที่เปลี่ยนแปลงทั้งระบบ IT นำ E มาใช้ กม.ใหม่ เช่น กม.ไกล่เกลี่ย กม.ปรับเป็นพินัย กม.อุ้มหาย และอื่นๆ
จำเป็นต้องแก้ไขโดยยกเลิก 419 เดิม และยกร่างคำสั่งใหม่ตามอำนาจผบ.ตร.ตามพ.ร.บ.ปี65

เนื้อหาในคำสั่ง419 ส่วนหนึ่งมาจากคำสั่งที่เป็นคำสั่งเดิมหรือหนังสือสั่งการเดิมที่เกิดจากพงส.(บางคน)ประพฤติ ปฏิบัติบกพร่องมีเรื่องจนถูกฟ้อง ถูกร้อง บางกรณีมีฟ้อง ตร.
ผบ.จึงนำมาออกเป็นคำสั่งหรือหนังสือสั่งการให้พงส.ทั้งหมดปฏิบัติ(ทั้งที่ปฏิบัติดีทำถูกต้องมาโดยตลอด กับผู้ที่ปฏิบัติบกพร่อง) ทำให้พงส.ที่มีความประพฤติดี ปฏิบัติดีอึดอัด

เหมือนกับกรณีกม.อุ้มหายเพื่อป้องกันการอุ้มขณะจับให้บันทึกภาพ และบันทึกภาพจนส่งพงส. แล้วรายงานอัยการกับฝ่ายปค. เพื่อป้องกันการอุ้มหาย ไม่ให้จนท.รัฐที่จับทำแต่กม.ใช้กับจนท.รัฐทุกคน ทุกคดี
จนท.ที่มีความประพฤติดี ปฏิบัติดี ไม่คิดอุ้มรู้สึกอึดอัด ยุ่งยาก ขณะเดียวกันจนท.ที่คิดอุ้ม เขาจะไม่ปฏิบัติคือไม่บันทึกภาพและไม่แจ้งใคร อุ้มหายไปเลย

เช่นเดียวกันกับพงส.ที่ประพฤติดี ปฏิบัติดี จะไม่อึดอัดกับคำสั่ง419 เพียงแต่อาจจะมีเนื้อหาไม่ทันสมัยเช่น มีการใช้ป.จ.ว. E มีบันทึกคำแจ้งความลงในป.จ.ว.E ก่อนบันทึกในสาระบบ

ส่วนมาตรการควบคุมตรวจสอบ เร่งรัด เป็นเรื่องที่ต้องการให้ผบ.ระดับ บก./ภ.จว. และ บช./ภาค รวมทั้งหน่วยงานที่มีอำนาจสอบสวน ก.,ปส.,สตม.เข้ามาควบคุม ตรวจสอบ เร่งรัดการทำงานของพงส.ที่ล่าช้าขาดความเอาใจใส่ หน.สถานีไม่ดูแล ปล่อยปะละเลย
ปัจจุบันผบ.ทุกระดับสามารถตรวจสอบจากระบบทาง E ได้ ซึ่งอาจจะแก้ไขให้ทันสมัยเป็นปัจจุบันได้
แต่ไม่ใช่ตัดมาตรการควบคุม ตรวจสอบเร่งรัดออกไป เพราะจะทำให้อำนาจ ที่เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนของผบ.ระดับบก./ภ.จว. และบช./ภาค หายไป ด้วย

การเสนอปรับปรุงคำสั่งที่ 419 ขอให้ทำเป็นตารางเหมือนเสนอปรับปรุงกม.ช่องแรกคำสั่งเดิมทั้งคำสั่ง ช่องสองที่แก้ไขขีดเส้นใต้ข้อความ ความที่เพิ่มเติม
ขีดฆ่าข้อความที่ตัดออก ถ้าข้อไหนไม่แก้ไขระบุว่า คงเดิม ช่องสามหมายเหตุให้ระบุเหตุผลของการแก้ไขทั้งที่เพิ่มเติมและตัดออก
นำความเห็นของทั้งหมดมาหล่อหลอมรวมให้เหลือร่างเดียวเพื่อพิจารณา ส่วนที่เสนอมาแต่ละหน่วยนำไว้ใช้ประกอบการพิจารณา“
พล.ต.อ.วุฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ ประธานชมรมพนักงานสอบสวนยืนยันตามที่ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ฯนำเสนอ

“ชมรมพนักงานสอบสวน ควรประชุมหารือเรื่องนี้ อาจจะต้องเชิญคณะทำงานเร่งรัดพัฒนางานสอบสวน ตามคำสั่งตร ที่ 635/2566 ลง 16 พ.ย.26566 มีอำนาจหน้าที่ตาม ข้อ 2.5 ศึกษา แก้ไขปรับปรุง คำสั่งของ สตช.ที่419/2556 ซึ่ง ท่านชัชวาลฯกับผมเป็นที่ปรึกษาอยู่ด้วย มี ผบช.กมค. เป็นคณะทำงาน และเลขานุการ ผมคิดว่าทางชมรมฯควรจะเชิญคณะทำงานมาร่วมหารือกับชมรมฯ ผบก.สบส. เป็นคณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ คงจะสามารถประสานงานได้ ส่วนวันเวลาจะสมควรอย่างไร คงจะต้องประสาน พล.ต.อ.ชัชวาลย์ฯเป็นหลัก สถานที่ผมขออนุญาต ประสาน สง.ก.ตร.ขออนุญาตใช้ห้องประชุมของ กรรมการ ก.ตร. เป็นประชุมหารือ ฝ่ายเลขา ประสานให้ด้วยครับ จะประชุมกันวันไหน ช่วยประสานผมก่อนนัดประชุมด้วยครับ”

ในส่วนของผม เดินสายบรรยายรับฟังมาหลายภาค(ภาค 3/ภาค 6/ภาค 8)ต้องชื่นชม ภาค 7 ตัวแทนสัมมนากลุ่มย่อยในเรื่องนี้ (ภ.จว.สุพรรณบุรี/ภาค.จว.ประจวบคีรีขันธ์) ทำการบ้านมาดี เสนอแนะ แก้ไขในหลายประเด็นที่ ตร.น่าจะนำไปพิจารณาต่อไป
ผมได้ขอให้พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร รอง ผบช.ภ.7 รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี นัดประชุมกับน้องๆที่ร่วมสัมมนาในกลุ่มย่อยนี้จัดทำข้อเสนอให้ได้ภาพชัดเจน ตามที่ท่าน พล.ต.อ.ชัชวาลย์ฯได้แจ้งไว้

ขอบพระคุณท่าน พล.ต.อ.ชัชวาลย์ฯประธานที่ปรึกษาชมรมพนักงานสอบสวนที่เป็นเสาหลักในการพัฒนางานสอบสวนให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ขอบคุณน้องๆพนักงานสอบสวนที่เสียสละปฎิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนมุ่งมั่น และช่วยกันสะท้อนความคิดเห็นในการแก้ไขคำสั่ง ตร.419/2565 เพื่อการปรับปรุง แก้ไข ให้เหมาะสม อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนต่อไป