วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 จากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ รถยนต์เอสยูวี มิตซูบิชิ ปาเจโร สีขาว เสียหลักเบียดเข้ากระแทกรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมกซ์ จนรถยนต์กระบะพลิกคว่ำก่อนข้ามเลนไปชนกับรถยนต์เก๋งที่วิ่งมาทางถนนเลนฝั่งตรงข้าม จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน เหตุเกิดบริเวณถนนราชสีมา-ปักธงชัย ตำบลไชยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ก่อนที่คนในรถปาเจโรเดินดูเหตุการณ์และเข้าช่วยผู้บาดเจ็บก่อนขับหลบหนีไป เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม2559 ที่ผ่านมา จนต่อมาจากการสืบสวนได้รับมอบรถคันที่เกิดเหตุ โดยเจ้าของรถรถระบุไม่ใช่คนขับในวันดังกล่าวแต่เป็นญาติที่ขับซึ่งนั่งด้วยกันในวันเกิดเหตุ
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.25 น. ที่ สภ.โพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา จ.อ.วสันต์ อังคุนันท์ อายุ 34 ปี ทหารสังกัดกองทัพเรือ ซึ่งเป็นคนขับรถปาเจโร่คันก่อเหตุได้เดินทางพร้อมด้วยทนายความและญาติเข้าให้ปากคำกับพ.ต.ท. พิชัย เชิดชู รองผู้กำกับการการสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมาหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว โดยจ่าเอกวสันต์ยอมรับกับพนักงานสอบสวนว่าเป็นผู้ขับรถปาเจโร่คันดังกล่าวจริง ในวันเกิดเหตุตนเองขับรถจะไปทำธุระเมื่อรถวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุโดยตนขับที่ความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. เกิดฝนตกทำให้ถนนลื่น ตนพยายามบังคับรถแล้วแต่ก็เอาไม่อยู่ทำให้รถไปเบียดรถกระบะของคู่กรณีจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าวตามที่ปรากฏในคลิปวีดีโอ หลังเกิดเหตุตนเองไม่ได้หลบหนีและยังได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากรถอีกด้วย
“ตนต้องกราบขอโทษคู่กรณีที่เกิดเหตุดังกล่าวทำให้หลายคนต้องได้รับบาดเจ็บและเดือดร้อนแต่ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุตนไม่มีเจตนาที่อยากจะให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นกับใครเลย แต่เมื่อมีเหตุเกิดแล้วตนยินดีรับผิดชอบค่าเสียหายทุกอย่าง ส่วนเรื่องคดีความก็ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม” จ.อ.วสันต์ กล่าว
พ.ต.ท.พิชัย เชิดชู รองผู้กำกับการสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง เปิดเผยว่า เบื้องต้นจ่าเอกวสันต์ได้ให้การภาคเสธ แต่ให้การยอมรับกับพนักงานสอบสวนว่า เป็นผู้ขับรถปาเจโร่คันดังกล่าวจริงในวันเกิดเหตุตนเองขับรถไปทำธุระ และเมื่อรถวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุตนขับที่ความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งขณะเกิดเหตุมีฝนตกลงมาโปรยปรายจึงทำให้ทำให้ถนนลื่น ทำให้รถเสียหลักไปเบียดกับรถยนต์กระบะของคู่กรณีจนเกิดอุบัติเหตุ หลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุไม่ได้มีเจตนาหลบหนีแต่อย่างใด และอยากฝากกราบขอโทษคู่กรณีที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว และพร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่าง ส่วนในเรื่องของคดีความก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาดำเนินคดี 3 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย ขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ขับรถเกิดอุบัติเหตุแล้วหลบหนีโดยไม่ให้การช่วยเหลือ และทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์
หลังให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน จ.อ.วสันต์ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวและเดินทางกลับทันที

