พระพุทธะอิสระแจงดีเอสไอ คดีรุกป่าเชียงใหม่ ยันแค่ปลูกป่ากันชน ไม่มีเจตนายึดครอง

1.02.17 | 13:27 น.

เมื่อวันที่ 1กุมภาพันธ์ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรณีที่วัดพระธรรมกายร้องเรียนว่าบุกรุกป่าในพื้นที่ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่

โดยพระพุทธะอิสระ กล่าวหลังเข้าให้ปากคำว่า วันนี้เข้าให้ปากคำและยืนยันว่าไม่มีเจตนาเข้าไปยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าผืนดังกล่าว เพียงแค่ร่วมกับประชาชน ป่าไม้จังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เข้าไปช่วยกันปลูกป่ากันชนไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปบุกรุกเพิ่มเติม โครงการดังกล่าวผ่านการทำประชาพิจารณ์ของหน่วยงานราชการและมีการลงนามอนุมัติทุกครั้งกระทั่งปัจจุบันมีการตั้งงบประมาณใช้ดูแลรักษาพื้นที่ป่ากันชน ทั้งนี้ย้ำว่าจะยังปลูกป่าในพื้นที่อื่นต่อไป เพราะทำมานานกว่า10ปีแล้ว หากจะกล่าวหาว่าเข้าไปยึดครองก็ไม่รู้ว่าเราจะได้ประโยชน์อะไรจากป่า การแจ้งความของวัดพระธรรมกายในเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงการหาเหตุให้ตนเกิดความเสียหาย แต่อีกมุมก็ถือเป็นเรื่องดีที่ทำให้มีโอกาสอธิบายกับสังคม ดีเอสไอมีหน้าที่ตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันตนจะนำข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกที่ดินของวัดพระธรรมกายเพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้างมาให้ดีเอสไอตรวจสอบเพิ่มเติม โดยเฉพาะเขตกันชนรอบนอกพื้นที่รอยต่อที่ติดกับจ.ปราจีนบุรี สระแก้ว แม่ฮ่องสอน น่าน เชียงราย และเชียงใหม่

“วันนี้ให้ข้อมูลพนักงานสอบสวนหมดแล้ว หากต้องหารข้อมูลเพิ่มเติมก็ให้ความร่วมมือทุกครั้ง ปัญหาคือในป่ามีสิ่งปลูกสร้าง เป็นขนำของชาวบ้านที่บุกรุกป่าปลูกไว้สำหรับเฝ้าไร่ เมื่อเราเข้าไปทำโครงการปลูกป่าเจ้าหน้าที่เห็นเราไปอาศัยหลบแดดหลบฝน จึงคิดว่าสิ่งก่อสร้างนั้นเป็นกุฏิ ในบันทึกของป่าไม้เขียนว่ามีสิ่งก่อสร้างเป็นกุฏิ ไม่ทราบว่ากุฏิกับขนำแตกต่างกันอย่างไร ขณะที่ดีเอสไอลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วเห็นว่ามีแต่แคร่ไม้ไผ่และหลังคา ดังนั้นจะเป็นกุฏิได้อย่างไร”พระพุทธะอิสระกล่าว