หน้าแรก ในประเทศ ชวนสัมผัสวิถี...

ชวนสัมผัสวิถีชุมชนแม่น้ำสะแกกรัง มนต์เสน่ห์เมืองอุทัยธานีในสังคมสมัยใหม่

1.02.17 | 15:50 น.
จังหวัดอุทัยธานี ถือเป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ วิถีชีวิตชาวเมืองยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี แม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเข้ามาอย่างมากมายแล้วก็ตาม แต่ผู้คนที่นี่ยังคงสามารถปรับตัวเข้ากันได้อย่างไม่มีปัญหา ทำให้ทั้งสภาพแวดล้อมทางสังคมและทางธรรมชาติ ยังคงสวยงามแม้จะผ่านไปกี่ยุคสมัยแล้วก็ตาม ผู้คนต่างถิ่นมาเยือน ณ สถานที่แห่งนี้มักจะตื่นตากับวัฒนธรรมประเพณีของที่นี่ ซึ่งผูกพันกับสายน้ำอย่างแม่น้ำสะแกกรังที่มีต้นกำเนิดอยู่ในเขตเทือกเขาโมโกจู ในเขตจังหวัดกำแพงเพชร ไหลไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่บ้านท่าซุง ต.ท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี มีความยาวประมาณ 225 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่ปากคลองขุมทรัพย์ หรือคลองอีเติ่ง ที่บ้านจักษา อำเภอเมือง หรือตรงปลายแม่น้ำตากแดด ตรงจุดที่แม่น้ำตากแดดไหลมาบรรจบกับคลองขุมทรัพย์ ซึ่งน้ำจะเป็นสองสี ไหลผ่านตัวเมืองอุทัยธานี แล้วไหลไปบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยาที่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท มีความยาวจากต้นน้ำถึงจุดที่บรรจบแม่น้ำเจ้าพระยา ประมาณ 108 กิโลเมตร
201702010900352-20140425161738
ด้วยความเย็นและใสสะอาดของแม่น้ำสะแกกรัง ทำให้ประชาชนต่างตั้งบ้านเรือนใช้ชีวิตอยู่แม่น้ำ สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ไปพร้อมการเลี้ยงปลากระชัง โดยเฉพาะปลาแรด ที่ใครได้ยินชื่อก็เป็นต้องนึกถึงที่จังหวัดอุทัยธานี ด้วยปลาที่ตัวใหญ่ เนื้อรสชาติดี และไม่มีกลิ่นเหม็น เพราะน้ำที่ไหลผ่านตลอดสายและใสสะอาดประกอบการการเลี้ยงแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมา ทำให้ปลาที่แม่น้ำสะแกกรังจังหวัดอุทัยธานี มีปลาที่ขึ้นชื่อคือปลาแรด
201702010900357-20140425161738
ในแต่ละวันเมื่อตะวันสาดแสง ริมแม่น้ำสะแกกรังจะคึกคักไปด้วยผู้คนที่พากันออกมาเป็นพ่อค้า แม่ค้า ขายของแบกะดินริมแม่น้ำสะแกกรัง ส่วนใหญ่จะเป็นของพื้นบ้าน ทั้งอาหาร ขนม ผัก ผลไม้หลากหลายชนิด และของใช้ต่างๆ แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือปลา ซึ่งสดใหม่หลายชนิด หลายร้านที่ทั้งชาวบ้านและชาวแพได้นำมาวางขายกันตลอดเส้นทางตลาด เรียกได้ว่าเป็นตลาดปลาที่ใครอยากทานปลาสด สามารถมาเดินเลือกซื้อรับอากาศสดชื่นยามเช้าที่ไร้ซึ่งมลพิษได้อย่างสบาย
201702010900353-20140425161738
ส่วนชาวแพสะแกกรังนั้น ยังคงใช้ชีวิตกับสายน้ำด้วยความรักความผูกพัน โดยทุกเช้าจะต้องพายเรือพากันนำลูกหลานมาส่งบนฝั่งหน้าตลาด เพื่อมาเรียนหนังสือ เป็นภาพที่แทบจะหาดูได้ยากในปัจจุบัน ชาวแพสะแกกรังจะนิยมใช้เรือพายมากกว่าใช้เรือยนต์เพราะรักความสงบ และยังคงช่วยกันอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรน้ำ ใช้ชีวิตคู่กับสายน้ำด้วยความรักและรู้คุณค่า แม้กาลเวลาที่นำความสะดวกสบายเข้ามาอย่างมากมายเพียงใดแล้วก็ตาม
201702010900356-20140425161738
เมื่อมองไปฝั่งตรงข้ามแม่น้ำสะแกกรัง ก็จะพบกับ แพเสด็จประพาสต้น ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งทางจังหวัดและชาวอุทัยธานี ยังคงช่วยกันรักษาและดูแลให้คงไว้เป็นอย่างดี แพนั้นจอดเทียบท่าอยู่ที่บริเวณวัดอุโปสถาราม  หรือ วัดโบสถ์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรังฝั่งตรงข้ามกับตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี สันนิษฐานว่าถูกสร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ภายในวัดมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่าหลายอย่าง เป็นวัดเก่าแก่ที่มีศิลปะทางด้านสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ทั้งมณฑปทรงแปดเหลี่ยมที่ออกไปทางสถาปัตยกรรมตะวันตก และถือได้ว่าเป็นวัดที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง
นับเป็นชีวิตที่ยังคงความสงบเรียบง่ายท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งยืนยันและทำให้ใครหลายคนต้องได้ลองสัมผัส