แม่ทำงานแก๊งคอล ร้อง ‘กัน จอมพลัง’ ช่วย ลูก14 ถูกพ่อเลี้ยงขืนใจจนท้อง ซ้ำบังคับส่งเงินเลี้ยงดู

21.03.24 | 16:44 น.

“กัน จอมพลัง” บุกช่วยเด็กหญิง 14 ปี ถูกพ่อเลี้ยงขืนใจจนท้อง แม่ทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ วอนให้ช่วยลูก หลังถูกขู่ให้ส่งเงินกลับมาให้

วันที่ 21 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กัน จอมพลัง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดลำปาง และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก และครอบครัวลำปาง บุกเข้าช่วยเหลือ น้องหญิง (นามสมมุติ) เด็กหญิง อายุ 14 ปี ในบ้านแห่งหนึ่ง ในเขต ต.นาแก้ว อ.เกาะคา จ.ลำปาง

โดย กัน จอมพลัง ได้รับการติดต่อจากแม่ของเด็ก ที่ขณะนี้ทำงานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศกัมพูชา เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขอให้ช่วยลูกสาว เนื่องจากถูกสามี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงขืนใจ จนตั้งท้อง 5 เดือน แถมยังบังคับให้ส่งเงินมาเลี้ยงดู และยังขู่ว่าอยากให้ลูกท้องไม่มีพ่อ ใช่หรือไม่?

แม่เด็กยังบอกอีกว่า หากไม่ส่งเงินกลับมาเลี้ยงดู สามีจะโพสต์เฟซบุ๊กประจานทุกวันว่า ท้องไม่มีพ่อ และหากเอาเรื่องไปแจ้งตำรวจ ก็จะไม่ให้พบเจอลูกอีกเลย ก่อนที่สามีจะทำการปิดกั้นบล็อกโซเชียลมีเดีย และสังคมออนไลน์ทุกทาง เพื่อเป็นการตัดช่องการติดต่อสื่อสาร ทำให้แม่เด็กได้ส่งข้อมูลทั้งเอกสารที่ยืนยันว่า ลูกสาวตั้งท้องจริง และข้อความที่สามีข่มขู่ โดยขอให้ กัน จอมพลัง รีบเข้าช่วยเหลือ

โดยก่อนที่ กัน จอมพลัง จะเข้าไปช่วยเหลือนั้น ได้ประสานไปยังปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อประสานให้เจ้าหน้าที่จังหวัดลำปาง มาร่วม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ร่วมบุกไปช่วยเหลือ

Advertisement

เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งอยู่ในซอยของหมู่บ้าน ก็พบสภาพบ้านที่เป็นลักษณะห้องเก่าๆ เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ จึงรีบเข้าช่วยน้องหญิง ที่อยู่ในห้องมืดๆ เนื่องจากปิดประตูหน้าต่าง ก่อนที่จะพาออกมา และขึ้นรถของเจ้าหน้าที่ไป ส่วนสามีของหญิงที่ร้องเรียน รูปร่างผอม สักลายที่แขนและขา ทราบชื่อ นายศักดา หรือนายชัชดากร อายุ 35 ปี ยอมรับว่า อยู่กินกับน้องหญิงจริงจนตั้งท้อง โดยอ้างว่าคนในหมู่บ้านรับรู้กันหมด อยู่กินกันได้ไม่ผิดอะไร แม่ของเด็กก็รับรู้ทำไมเจ้าหน้าที่จึงเข้ามาตรวจสอบ และควบคุมตัวตนเอง

ทั้งนี้ กัน จอมพลัง และเจ้าหน้าที่ ก็ได้อธิบายให้ นายศักดา ทราบถึงข้อกฎหมาย ในความผิดฐานพรากเด็ก หรือพรากผู้เยาว์ นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของชายคนดังกล่าว ทราบว่าเคยถูกจับมาแล้ว 2 ครั้ง ฐานเป็นผู้เสพ จึงได้ทำการตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสารเสพติด ผลตรวจไม่พบ จึงได้ควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่ สภ.เกาะคา

โดยเบื้องต้น ได้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า แม่เด็กไปทำงานที่ต่างประเทศ ส่วนเด็กเดิมทีเรียนอยู่ชั้น ม.2 ที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ จึงได้ไปรับมาอยู่ด้วย กระทั่งอยู่ด้วยกัน ซึ่งนายศักดาอ้างว่าเด็กก็เต็มใจอยู่ด้วย

ด้าน กัน จอมพลัง ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ที่ จ.ลำปาง ว่า กรณีนี้ถึงแม้เด็กจะยินยอมหรือไม่ยินยอม ก็ถือว่าผิด เพราะละเมิดเด็ก เดิมเป็นสามีของแม่ แล้วก็มาล่วงละเมิดลูกอีก ซึ่งถือว่าผิดมาก ส่วนแม่ของเด็ก ตนเองก็ไม่เข้าข้าง จึงได้ตำหนิไปเช่นกัน ว่าทำไมปล่อยให้ลูกของตนเองอยู่กับสามี เรื่องนี้ตนเองเห็นใจเด็กมาก สงสารเด็กมาก เพราะเด็กไม่ผิด และต้องมาเจออะไรกับเรื่องราวแบบนี้

สำหรับแม่เด็กที่ไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ไปหลอกลวงผู้อื่นก็ไม่สามารถกลับประเทศ หรือกลับบ้านได้เพราะไม่มีเงินไถ่ถอนหรือประกันตัวเองออกมา และถูกขังไว้ให้ทำงาน นับว่าแม่เด็กก็ได้รับผลกรรม แต่การที่ตนเองมาช่วยครั้งนี้ เพราะเห็นแก่เด็กไม่ได้เห็นแก่แม่ ส่วนชายที่ก่อเหตุนั้น ถือว่ากระทำพฤติกรรมที่ไม่ได้รักใครเลย ทั้งแม่และลูก และยังเอาลูกมาเป็นเครื่องมือ ข่มขู่ที่จะเอาเงินจากแม่

“ตนเองมองว่า ชายคนดังกล่าววิปริต ที่บอกว่า ชอบทั้งแม่ชอบทั้งลูก และเอาทั้งแม่เอาทั้งลูก ถามว่า หากลูกเกิดออกมาอีก ก็จะเอาลูกอีกหรือไม่ ดังนั้น จึงไม่ควรที่จะปล่อยให้น้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ทุกฝ่ายจึงเข้าช่วยเหลือน้องให้ออกมาอยู่ที่ดีๆ ที่ปลอดภัย ไม่ต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายแบบนี้ สำหรับแนวทางการช่วยเหลือจากนี้ไป ทางบ้านพักเด็ก และครอบครัวลำปาง จะเป็นผู้ดูแลต่อ เพราะตอนนี้เด็กตั้งท้อง และไม่ได้เรียนหนังสือ และไม่มีงานทำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ใน จ.ลำปาง ก็จะดูแลต่อไป ส่วนทางคดีก็เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายในการสอบสวน และตรวจสอบ เพื่อเอาผิด”