กรมอุทยานฯ จ่อเพิ่มโทษ เอาผิดกลุ่มลักลอบสัตว์ป่าสงวน ล่าสุด 5 เดือนจับกุมค้าตัวนิ่ม 7 คดี

1.02.17 | 18:23 น.

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นายสมเกียรติ สุนทรพิทักษ์กูล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองสัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา (ไซเตส) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ไซเตส ได้ร่วมกับกลุ่มประเทศภาคีอนุสัญญาไซเตสและเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ กำลังไล่ล่าขบวนการค้าตัวลิ่นหรือตัวนิ่ม ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535โดยเป้าหมายคือ ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย – เวียดนาม ที่มีพฤติกรรมลักลอบล่าและค้าตัวลิ่นหรือตัวนิ่ม ทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ ถือเป็นเครือข่ายขบวนการค้าสัตว์ป่ารายใหญ่ เฉพาะ 5 เดือนหลังสุดคือตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 ถึงมกราคม 2560 ไซเตส สามารถจับกุมการลักลอบค้าตัวลิ่นได้ถึง 7 คดีใหญ่

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา สามารถจับกุมการลักลอบล่าตัวลิ่นได้ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และเฉพาะเดือนพฤศจิกายน 2559 เดือนเดียว จับได้ถึง 4 คดี ได้ตัวลิ่นของกลางถึง 765 ตัว ตัวกุมผู้ต้องหาที่มีทั้งคนไทย คนเวียดนาม กว่า 10 คน สถานที่จับกุมส่วนใหญ่ คือ จ.สงขลา ซึ่งถือเป็นต้นทางของขบวนการลักลอบค้า และที่น่าแปลก คือพาหนะที่ใช้ในการขนตัวลิ่น ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเพื่อใช้ในการตบตาเจ้าหน้าที่ตามด่านต่างๆ ขณะที่ก่อนหน้านี้ ไซเตส จับกุมตัวลิ่นของกลางได้เป็นพันๆ ตัวกระจายอยู่ตามสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าทั่วประเทศ ทำให้ประเทศไทย ถูกจับตามองจากกลุ่มประเทศภาคีอนุสัญญาไซเตส ว่าเป็นประเทศทางผ่านของขบวนการลักลอบค้าตัวลิ่น ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพพจน์ของประเทศ

ผอ.ไซเตส กล่าวต่อว่า หัวหน้าขบวนการคือชายหนุ่มลูกครึ่งไทย – เวียดนาม มีบ้านพักอยู่ที่ จ.นครพนม และมีที่พักที่ประเทศเวียดนามด้วย ขณะเดียวกันผลประโยชน์ในการลักลอบค้าตัวลิ่นมีมากมายมหาศาล ทำให้ยากต่อการตามจับกุมตัว อย่างไรก็ตามตำรวจสากลกำลังจับตาความเคลื่อนไหวอยู่ เพราะถือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดการลักลอบล่าและค้าตัวลิ่นหรือตัวนิ่ม อย่างรุนแรงมากทั้งในป่าของประเทศไทยที่มีตัวลิ่นทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้มีค่อนข้างมาก เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด จ.ตรัง อุทยานฯ เขาปู่-เขาย่า จ.พัทลุง เป็นต้น

นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า การจัดการกับขบวนการลักลอบค้าตัวลิ่น ยอมรับว่ายากเพราะมีผลประโยชน์มหาศาล ทำให้การสืบสวนยาก มีต้นทางการค้าอยู่ในทั้งและต่างประเทศ ลักลอบเข้าจาก จ.สงขลา ก่อนตีขึ้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ออกไปทาง จ.นครพนม เข้าประเทศลาวและเวียดนาม ล่าสุด กรมอุทยานฯ ได้ขอแก้ไข พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535โดยเปลี่ยนบทลงโทษใหม่ จากเดิมจำคุกไม่เกิน 4 ปีปรับไม่เกิน 4 หมื่น เป็นความผิดฐาน “มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าสงวน หรือซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีแต่ไม่เกิน 10 ปี และปรับตั้งแต่ 6 หมื่นบาทแต่ไม่เกิน 2 แสนบาท” ขณะนี้ เสนอเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้ว