วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จังหวัดภูเก็ตห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง ตัวแทนผู้ประกอบการสถานบริการในพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ตพร้อมด้วย นายปรีชาวุฒิ กี่สิ้น นายทิติ พัฒนจินดา รวมประมาณ 20 คน เดินทางมายืนหนังสือเปิดผนึกถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องขอให้พิจารณาขยายเวลาปิดสถานบันเทิงหาดป่าตอง ผ่านนายโชคชัย เกิดอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการสถานบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมาย การปิดสถานบริการในเวลา 24.00 น. และสถานบันเทิงในเวลา 01.00 น.โดยมีนายธีระ อนันตเสรีวิทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นตัวแทนรับหนังสือ
นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง ระบุถึงเนื้อหาในหนังสือเปิดผนึก ขอให้มีการกำหนดพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองป่าตองให้มีการขยายเวลาปิดสถานบันเทิงจากเวลา 01.00 น.เป็นเวลา 04.00 น.และในขณะนี้นายโชคชัย เกิดอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตมีนโยบายให้สถานบันเทิงต่างๆ ในซอยบางลาและย่านป่าตองเปิดปิดตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ทำให้ผู้ประกอบการสถานบันเทิงและที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมดได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเวลาดังกล่าวเป็นเวลาที่นักท่องเที่ยวเพิ่งออกมาเที่ยวสถานบริการได้เพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น เพราะโดยพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจะออกมาเที่ยวประมาณเกือบเที่ยงคืน การปิดในเวลา 01.00 นั้น จะทำให้ผู้ประกอบการขาดรายได้ไม่ต่ำกว่าคืนละ 100 ล้านบาท จึงขอวิงวอนช่วยพิจารณาผ่อนผันให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในหาดป่าตองซึ่งส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เข้าใจว่าการแก้กฎหมายนั้นทำได้ลำบาก จึงอยากเสนอแนะไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตใช้ดุลยพินิจในการขยายเวลาเปิดปิดสถานบันเทิงให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่กำหนดกฎเกณฑ์เหมือนกันทั่วทั้งประเทศเหมือนในปัจจุบัน
“ตั้งแต่ผมมาเป็นประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง มีการยื่นหนังสือให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไขปัญหาในเรื่องของการขยายเวลาเปิดปิดสถานบันเทิงมาโดยตลอด แต่กลับไม่ได้รับการแก้ไข และเข้าใจว่าทำลำบาก แต่ผู้ประกอบการเดือดร้อนจริงๆ ถ้าจะให้ปิดในเวลา 01.00 น. ผู้ประกอบการจึงฝากความหวังไว้กับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตที่จะเสนอปัญหาไปยังรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหานี้ต่อไป เพราะผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง มีการว่าจ้างพนักงาน แผนกต่างๆ เป็นจำนวนมาก และได้รับผลกระทบจากกฎหมายสถานบันเทิง ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ในเมืองท่องเที่ยวนานาชาติภูเก็ตมาโดยตลอด ” นายวีรวิชญ์ กล่าว

ขณะที่นายปรีชาวุฒิ กี่สิ้น ตัวแทนผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง กล่าวว่า กรณีที่จังหวัดภูเก็ตเข้ามาเข้มงวดกวดขันให้สถานบันเทิงปิดตามเวลาที่กฎหมายกำหนดคือในเวลา 01.00 น.นั้น จะทำให้ภูเก็ตสูญเสียรายได้มหาศาลจากธุรกิจสถานบันเทิง เฉพาะในพื้นที่ซอยบางลาระยะทางประมาณ 625 เมตร ปิดเป็นเวลา 1 วัน รายได้สูญไปไม่ต่ำประมาณ 100 ล้านบาท การปิดในเวลา 06.00 น.จะสร้างรายได้คืนละไม่ต่ำกว่า 100 – 150 ล้านบาท ปีละไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท สร้างรายได้ให้รัฐในรูปแบบของภาษีต่างๆ ไม่ต่ำกว่าปีละ 5,000-6,000 ล้านบาท และรายได้เกือบทั้งหมดมาจากนักท่องเที่ยวชาวชาติที่นำเงินมาใช้จ่ายในบ้านเราทั้งนั้น นักท่องเที่ยวพร้อมจะใช้เงิน แต่ไม่สามารถใช้เงินในสถานบันเทิงได้ เมื่อสถานบันเทิงปิด ในเวลา 01.00 น.แต่นักท่องเที่ยวยังอยากที่จะดื่มอีก ต้องไปนั่งดื่มตามชายหาด ทำเกิดหลายๆปัญหาตามมา ไม่ว่าจะเป็นความสกปรกของชายหาดที่เกิดจากขวดเบียร์ ปัญหาอาชญากรรม กำลังเจ้าหน้าที่ที่ต้องไปดูแลตลอดชายหาดระยะทาง3 กิโลเมตร และที่สำคัญกระทบถึงคนอีกหลายแสนคนที่อยู่วงจรของธุรกิจสถานบันเทิง เรียกว่าเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวกันเลยทีเดียว จึงอยากจะให้รัฐบาลพิจารณาในจุดนี้ด้วย
ส่วนนายธีระ อนันตเสรีวิทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้ประกอบการสถานบันเทิงจังหวัดภูเก็ตที่มีความเข้าใจว่าจังหวัดจำเป็นจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย ในสถานบริการและสถานบันเทิง สำหรับข้อเรียกร้องของชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง จะนำเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเพื่อรับทราบและหาแนวทางแก้ไขปัญหา และขอความร่วมมือผู้ประกอบการสถานบริการสถานบันเทิงได้ช่วยสร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เกี่ยวกับข้อกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดภูเก็ตที่เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก อย่างไรก็ตาม ภูเก็ตเป็นเมืองที่มีพื้นที่พิเศษและมีบริบทที่แตกต่างกับพื้นที่อื่น ๆ และมีความละเอียดอ่อน ดังนั้นการจะดำเนินการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงในเรื่องใด ๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังและด้วยความรอบคอบ ส่วนในช่วงนี้สถานบันเทิงต้องเปิดปิดตามเวลาที่กฎหมายกำหนด ไม่สามารถที่จะให้คำตอบได้ เพราะเป็นเพียงผู้ปฏิบัติเท่านั้น นโยบายให้ขึ้นอยู่กับผู้บริหารเป็นคนตัดสินใจ

