วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อเวลา 17.30 น. พล.อ.ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ ประธานศูนย์รับเรื่องร้องเรียนผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม หรือ ศยธ.กล่าวว่า วันนี้หลังจากได้ลงพื้นที่สืบพยานคดี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ตั้งแต่ไปโรงเรียนประชาราษฎร์สงเคราะห์ บ้านด่านม่วงไข่ ตำบลด่านม่วงคำ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร จากนั้นไปที่บ้านเม็ก ตำบลท่าลาด อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุและบ้านของพยานผู้เห็นเหตุการณ์ แล้วกลับมาที่สำนักงานขนส่งสกลนคร ศูนย์ฮอนด้าสกลนคร ร้านเสริมสวยเขตเทศบาลนครสกลนคร จึงได้ข้อสรุปออกมาเป็นจิ๊กซอว์ดังนี้
เช้าวันที่ 11 มีนาคม 2548 มีพยานครูโรงเรียนเดียวกันมีการปฏิบัติงานจากหลักฐานบันทึกเวรครู โดยเห็นครูมาตั้งแต่เช้าและพาเด็กนักเรียนเข้าแถวและเข้าสอน ก่อนจะมีการขออนุญาติลากิจจากผู้อำนวยการโรงเรียนไปทำธุระที่ขนส่งสกลนครในช่วงบ่าย โดยมีเอกสารการจดทะเบียนโอนรถโตโยต้า ไฮลักค์ ไมตี้เอ็กซ์ สีบอร์นทอง บค 56 สกลนคร ระหว่าง นายประพัฒน์ แสนเมืองโคตร ในวันที่ 11 มีนาคม 2548 จริง ซึ่งใช้เวลาในการตรวจสภาพและดำเนินการด้านเอกสาร กระทั่งเวลาประมาณ 14.30 น.นางจอมทรัพย์ ได้เดินทางด้วยรถที่มีการซื้อขายกันแล้วไปที่ศูนย์ฮอนด้าสกลนครจริง เพื่อจองรถ ฮอนด้าซิตี้ รุ่นผลิตในปี 2000 โดยมีข้อมูลเอกสารการจองของศูนย์ฮอนด้าวันที่ 11 มีนาคม 2548 เลขเครื่องตรงกันกับนางจอมทรัพย์ที่ได้ไปจดทะเบียนรถที่ซื้อไปจากการจอง

หลังจากใช้เวลาจองรถได้เดินทางออกจากศูนย์ฮอนด้าไปยังร้านเสริมสวยปองบิวตี้เขตเทศบาลนครสกลนคร ในเวลาประมาณ 17.00 น. มีการนั่งรอคิวเกือบ 1 ชั่วโมงใช้เวลาในการสักคิ้ว 45 นาที โดยเจ้าของร้านปองบิ้วตี้ยืนยันว่า คิ้วที่สักให้นางจอมทรัพย์ เป็นแบบของทางร้านจริงเพราะเป็นเอกลักษณ์ทางร้าน มีการคิดเงินกับนางจอมทรัพย์ในราคา 1,000 บาท ซึ่งตรงกันกับคำให้การของนางจอมทรัพย์ว่าจ่ายเงิน 1,000 บาทในการสักคิ้ว หลังจากใช้เวลาอยู่ร้านปองบิ้วตี้นานเกือบ 2 ชั่วโมง กระทั่ง เวลาประมาณ 18.40 น.ถึงออกจากร้านมีการแวะตลาดเพื่อซื้อชุดให้หลานและซื้อกับข้าวก่อนเดินทางกลับถึงบ้านพักที่บ้านม่วงไข่ในเวลา 20.10 น.
พล.อ.ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ ประธาน ศยธ.กล่าวว่า มีความมั่นใจจากพยานบุคคลรวมถึงเอกสารที่ได้มา มั่นใจว่าวันที่เกิดเหตุ 11 มีนาคม 2548 เวลา 19.50 น. นางจอมทรัพย์ อยู่ที่สกลนครส่วนรถที่ชนต้องเป็นคนละคัน เพราะหากนางจอมทรัพย์ ออกจากร้านปองบิวตี้ ซึ่งวันนี้มีการจำลองการเดินทางด้วยความเร็ว 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เผื่อรถติดติดแยกไฟแดงหรือพลบค่ำ หากจะเดินทางไปที่เกิดเหตุระหว่างเทศบาลนครสกลนคร และบ้านเม็ก ตำบลท่าลาด อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ในระยะทางกว่า 80 กิโลเมตร ต้องเดินทางเกือบ 2 ชม. หากมองว่านางจอมทรัพย์ ออกจากบ้านพักที่บ้านม่วงไข่แล้วไปที่เกิดเหตุยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะนางจอมทรัพย์ทำธุระจนพลบค่ำ อยู่ในเขตเทศบาลนครสกลนคร

“ที่สำคัญรถคันก่อเหตุขับมุ่งหน้ามาจาก อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม มุ่งหน้ามาทางสกลนคร ยิ่งขัดแย้งกันอย่างเห็นได้ชัด และที่ทำให้มั่นใจที่สุดคือ จากพยานทั้ง 2 คนที่เห็นเหตุการณ์วันที่เกิดเหตุระบุชัดว่า คนขับเป็นผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิง เห็นทะเบียนแค่ บค 56 หรือ บต 56 ส่วนหมวดอักษรมองไม่เห็น และรถคันที่ชนมีแค็บหรือหลังคากระบะ ขัดกันกับรถนางจอมทรัพย์ ที่ทำการโอนที่ขนส่งสกลนคร ระบุรถอยู่ในสภาพปกติไม่มีการดัดแปลงหรือต่อเติม เป็นรถกระบะไม่มีหลังคาเพราะหากมี ในระเบียบจะต้องมีการระบุว่ารถมีการต่อเติมหลังคาหรือไม่ จากหลักฐานที่ขัดกันจึงเชื่อได้ว่าวันก่อเหตุรถกระบะ ไฮลักค์ ไมตี้เอ็กซ์ สีบอร์ทอง บค 56 สกลนคร เป็นรถคนละคันกันกับคันที่ก่อเหตุ ส่วนนางจอมทรัพย์ ก็อยู่ที่บ้านพักพร้อมครอบครัวในช่วงเวลาเกิดเหตุอย่างแน่นอน” พล.อ.ดร.กิตติศักดิ์ กล่าว
พล.อ.ดร.กิตติศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ค่อนข้างชัดแล้วว่าวันเวลาที่เกิดเหตุ นางจอมทรัพย์ อยู่ที่ไหนทางมูลนิธิฯของเราได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงว่านางจอมทรัพย์ ทำอะไรที่ไหน และจะนำข้อมูลทั้งหมดของวันนี้ไปช่วยเพิ่มน้ำหนักในการหักล้างในเรื่องต่างๆที่ยังเป็นข้อสงสัยกับสังคมอยู่หลายเรื่อง ยืนยันว่ามาวันนี้ไม่มีการเตรียมการใดๆทั้งสิ้น เพื่อให้เกิดข้อเท็จจริงให้ตรงกันมากที่สุดต้องรอว่า 8-10 ก.พ.นี้ ศาลท่านจะพิจารณาอย่างไรนั้นก็สุดจะแล้วแต่ ไม่อาจก้าวล่วงได้แต่มั่นใจว่านางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ไม่ได้กระทำผิดจริง

