สลด-หดหู่ เด็กสาววัยรุ่นออทิสติกถูกชายแปลกหน้าทำทีมาหาแม่ที่บ้านพูดจาตีสนิทออกอุบายจะพาไปดูวัวและจะซื้อโทรศัพท์มือถือไว้ให้แชทไลน์เล่นเฟสบุ๊ค เด็กหลงกลขึ้นรถ จยย.ไปด้วย กลับถูกพาเข้าป่ายูคาลิปตัส ลงมือข่มขืนก่อนปล่อยตัวเดินกลับบ้านสภาพอิดโรย ต้อนรับวันแห่งความรัก และวัน มาฆะบูชา
เมื่อเวลา 21.30 น. วันนี้ 1 ก.พ.60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งมีการแชร์ข่าวทางโลกออนไลน์ มีเด็กสาววัยรุ่นเป็นเด็กออทิสติกถูกชายกลางคนล่อลวงให้ขึ้นรถ จยย.จากนั้นได้พาไปข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ที่กลางป่ายูคาลิปตัสโดยผู้ปกครองได้มาลงบันทึกประจำแจ้งเหตุคนหายไว้ที่ สภ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี นั้น
พ.ต.ต.ธนพล วงษ์บุบผา สว.สส.สภ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ” หลังจากที่ มีสื่อมวลชนจากหลายสำนักข่าว ได้มาติดตาม กรณีมีผู้ปกครองของเด็กสาววัยรุ่น ซึ่งไม่สมบูรณ์ทางสติปัญญาเหมือนคนทั่วไป เป็นเด็กออทิสติก ได้ถูกชายวัยกลางคนล่อลวงให้ขึ้นรถ จยย.และพาหายไป และถูกข่มขืนกระทำชำเรา ญาติออกตามหาพบเดินโซซัดโซเซกลับบ้าน ถามจนทราบว่าถูกชายแปลกหน้าลวงไปข่มขืนที่กลางป่ายูคาลิปตัส และเจ้าหน้าที่ได้ติดตามเบาะแสคนร้ายโดยพบพาผู้เสียหายนั่งรถ จยย. นั้น
“เรื่องดังกล่าว ได้มีผู้ปกครองของ “น้องมะนาว” (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พักอาศัยในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง(โครงการบ้านสวยน้ำใส) หมู่ 2 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ได้มาแจ้งเหตุบุตรสาว “น้องมะนาว” ไม่สมประกอบเช่นคนทั่วไป เป็นเด็กออทิสติก ได้หายออกจากบ้านไป ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.30 น. หลังจากเด็กออกไปขี่รถจักรยานเล่นในหมู่บ้านหายไปจนเกือบเที่ยงวัน
ญาติได้ช่วยกันติดตาม จนมาพบบุตรสาวอีกครั้ง โดยเด็กอยู่สภาพเดินอิดโรย เดินออกมาจากป่ายูคาลิปตัส หมู่5 ต. ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ห่างจากหมู่บ้านผู้เสียหายประมาณ 2 กม. ทางผู้ปกครองได้สอบถาม ทราบว่า ช่วงที่เด็กสาวกำลังปั่นจักรยานเล่นหน้าบ้าน ได้มีชายแปลกหน้าอายุประมาณ 40 – 45 ปี ขับขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก 125 สีเหลืองคาดดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาหา โดยออกอุบายว่า มาหาแม่ของเด็กสาวออทิสติกดังกล่าว ซึ่งแม่ของเด็กเป็นหมอนวดจับเส้นโบราณ จากนั้นได้หลอกว่า จะพาไปดูฝูงวัว และจะซื้อโทรศัพท์มือถือให้ไว้ถ่ายภาพ เล่นไลน์ แชร์เฟสเช่นวัยรุ่นทั่วไป ในวันแห่งความรักกับแฟนหนุ่มจนเด็กสาวหลงกล ตัดสินใจขึ้นรถ จยย.มาพร้อมชายดังกล่าว
แต่ชายดังกล่าว กลับพาเข้าไปป่ายูคาลิปตัสข้างทางห่างหมู่บ้านไปเกือบ 2 กม. และออกแรงปลุกปล้ำข่มขืน หลังเสร็จกิจ ได้ปล่อยให้เด็กสาวพิการเดินโซซัดโซเซ กลับบ้าน และมาพบกับทางญาติที่ติดตาม กลางทาง และเล่าเรื่องให้ผู้ปกครองฟัง จนได้มาแจ้งให้เจ้าหน้าติดตามคนร้ายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป โดยทราบเบาะแสว่า รถ จยย.ที่คนร้ายขับขี่มุ่งหน้าออกไปทางบ้านท่าตูม ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
หลังรับทราบเรื่อง ทางเจ้าหน้าตำรวจ ไม่นิ่งนอนใจได้ลงพื้นที่ติดตามเรื่องทันที โดยได้พบเบาะแสจากกล้องวงจรปิด ขณะชายแปลกหน้ากำลังนำเด็กสาวออทิสติกนั่งซ้อนท้ายรถ จยย.ดังกล่าว คาดว่าชายแปลกหน้านี้ เป็นคนไม่ไกลตัวกับทาง ผู้ปกครองของเด็กสาว อาจเป็นคนรับจ้างขับขี่วินรถจยย. หรือ อาจเป็นคนงานก่อสร้าง
และจากที่ได้ลงพื้นทีพบผู้ปกครอง พบว่าบ้านเด็กมีฐานะยากจน เป็นบ้านชั้นเดียวปลูกติดพื้น เป็นบ้านของโครงการ ทีเจ้าของขายไม่ได้ และให้คนยากจนพักพิง แม่ เด็ก มีอาชีพเก็บของเก่าขาย และหดหู่ใจ พบทางบ้านยากจน คนในบ้านมีแม่คอยเป็นคนหาเงินมาเลี้ยงชีพเพราะทั้งป่วยและพิการเป็นออทิสติก พบพ่อกำลังป่วยเป็นมะเร็งในปาก ไม่สามารถทำงานได้
ส่วนเด็ก ไม่สามารถให้การกับเจ้าหน้าที่ โดยพูดสื่อสาร ได้เป็นคำๆ หรือประโยคเช่นคนปกติ หากคนไม่ใกล้ชิดจะฟังไม่รู้เรื่อง นอกจากพ่อ แม่ หรือคนใกล้ชืดจริงๆ
“จากการพูดคุยกับพ่อ แม่เด็ก พึงพอใจในการทำงานติดตามคดีให้ แต่อยากขอให้สื่อมวลชน พิจารณาอย่าแพร่กระจาย โหมให้เสียรูปคดีเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กระทบกระเทือนสภาพจิตใจผู้เสียหายสูง ทั้งนี้ทราบว่า แม้เด็กสาวจะเป็นออทิสติก แต่รูปร่างหน้าตาน่ารักตามประสาวัยรุ่น มีแฟนหนุ่ม ที่อาจกระทบสัมพันธภาพไร้พรมแดน และคนร้าย อาจไหวตัวทำให้การติดตามจับกุมยากเพิ่มขึ้น ล่าสุดนี้ได้เร่งติดตามคนร้ายตามวินรถ จยย.รับจ้าง และแคมป์พักคนงานก่อสร้างทั่วพื้นที่อย่างเร่งด่วน” พ.ต.ต.ธนพลกล่าว

