ทลายแก๊งโรแมนซ์สแกมหลอกรัก 6 ปีลวงเหยื่อโอนเงินกว่า 60 ล้านบาท

25.03.24 | 15:52 น.

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท. พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก.2 บก.ปอท., พ.ต.ท.สัตตเมธ ใจแก้ว และ พ.ต.ท.ธนะ ว่องทรง รอง ผกก.2 บก.ปอท. พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ มงคลการ สว.กก.2 บก.ปอท. พ.ต.ต.ธนนชัยย์ ศรีบุญจันทร์, ว่าที่ พ.ต.ต.ศุภเดช ธนชัยศิริ สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท. พร้อมตำรวจ กก.2 บก.ปอท. ร่วมด้วย กก.2 บก.ป. และ ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.จับกุม น.ส.นนทิกาญจน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี น.ส.กฤษติกา (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี นายก้องภพ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี นายจีรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี และนายวชิระ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน”


สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณปี 2559 ผู้เสียหายใช้บริการเว็บไซต์หาคู่เพื่อหาคนคุยในโลกออนไลน์ ปรากฏว่าผู้เสียหายพบกับโพสต์หาคู่ของ “น.ส.ไอซ์” ซึ่งเป็นบุคคลรูปร่างหน้าตาดี ผู้เสียหายจึงเพิ่มไอดีไลน์ไปพูดคุยกับบุคคลดังกล่าว ซึ่งบัญชีไลน์ที่อ้างว่าเป็น น.ส.ไอซ์ เป็นบัญชีไลน์คนร้ายปลอมขึ้นมาเพื่อไว้ใช้หลอกลวงเหยื่อ โดยผู้เสียหายพูดคุยเรื่อยมาจนเกิดความสนิทสนมชอบพอจนไปถึงจะแต่งงานด้วยกัน ต่อมาบอกกับผู้เสียหายว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งและโรคร้ายแรงต้องใช้เงินมาเป็นค่ารักษาจำนวนมาก ผู้เสียหายเกิดความเห็นใจประกอบกับชอบพอในตัวจึงได้โอนเงินให้กับคนร้ายเรื่อยมาโดย น.ส.ไอซ์ สร้างเรื่องหลอกลวงผู้เสียหายจำนวนมากมายหลายเรื่อง เช่น การชดใช้หนี้สินที่กู้ยืมมา, การชดใช้หนี้ของครอบครัว, ค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน, ค่ารักษาพยาบาล, ชักชวนลงทุนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ช่วงเวลาเกิดเหตุกลุ่มผู้ต้องหาแวะเวียนกันมาบ้านผู้เสียหายอ้างว่า น.ส.ไอซ์ ส่งให้มาดูแลผู้เสียหายประกอบกับอ้างว่าเมื่ออาการป่วย น.ส.ไอซ์ดีขึ้นจะย้ายมาอยู่บ้านผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่ามีตัวตนอยู่จริง จึงโอนเงินให้กับกลุ่มผู้ต้องหาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงบ้านและเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายส่งมอบทรัพย์สินให้กับคนร้ายไปมากกว่า 960 ครั้งมูลค่าความเสียหาย 63,088,953 บาท

จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายนำภาพของบุคคลอื่นมาใช้เพื่อหลอกลวงผู้เสียหายจริงและตรวจสอบเส้นทางการเงินกลุ่มคนร้ายพบว่าคนร้ายใช้บัญชีของกลุ่มคนร้ายเองมารับเงินจากผู้เสียหาย โดยอ้างเป็นบุคคลใกล้ชิดกับ น.ส.ไอซ์ เมื่อได้รับเงินจากผู้เสียหายแล้วจะโยกย้ายถ่ายเทเงินที่ได้จากการกระทำความผิดไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายรายอื่นและแปลงสภาพเป็นทรัพย์สินอื่นและอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งรถยนต์และของแบรนด์เนมต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับศาล ต่อมาศาลอาญาอนุมัติหมายจับจำนวน 5 หมาย

ต่อมาเมื่อวันที่ 19-20 มีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. พร้อมด้วยตำรวจในสังกัด บก.ป. ร่วมกันตรวจค้นจับกุมกลุ่มผู้ร่วมกระทำความผิดโดยแบ่งเป็น พื้นที่กรุงเทพมหานคร 1 จุด, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3 จุด และจังหวัดสระแก้ว 1 จุด จับกุมผู้ต้องหา 5 ราย ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด อาทิ โทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต รวม 13 รายการ และตรวจยึดพระเครื่อง, เครื่องรางของขลัง, กระเป๋า-รองเท้าแบรนด์เนม และทรัพย์สินอื่นๆ อีกจำนวนหลายรายการ

Advertisement

สอบถาม น.ส.นนทิกาญจน์ รับสารภาพว่า นำภาพถ่ายของบุคคลอื่นมาใช้สร้างตัวตนปลอมหลอกลวงผู้เสียหายจริง โดยจะนำรูปและไอดีไลน์ไปโพสต์ในเว็บไซต์หาคู่หาคนคุยต่างๆ เมื่อมีเหยื่อลงเชื่อแอดไลน์มาก็จะพูดคุยสร้างความสนิทสนมเชิงชู้สาว โดยผู้เสียหายในคดีนี้แอดไลน์มา เมื่อพูดคุยจนสนิทสนมแล้วจึงสร้างเรื่องราวต่างๆ เพื่อหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินให้ ส่วนเงินที่ได้รับโอนมานั้นก็จะนำมาแบ่งสันปันส่วนมากน้อยต่างกันในกลุ่มคนร้ายเอง และนำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม เที่ยวต่างประเทศ ซื้อที่ดิน รวมถึงทรัพย์สินมีค่าต่างๆ จำนวนมาก