‘บิ๊กโจ๊ก’ ส่งทนายยื่นฟ้องชุดทำคดีเว็บพนัน BNK master ผิด ม.157 ชี้ไม่มีอำนาจสืบสวน

25.03.24 | 17:20 น.

‘บิ๊กโจ๊ก’ ส่งทนายยื่นฟ้องกราวชุดทำคดีเว็บพนัน BNK master ผิด ม.157 หลังไม่ส่งสำนวนไปให้ ป.ป.ช. ชี้ไม่มีอำนาจสืบสวนสอบสวน


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 มีนาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นายวราชันย์ เชื้อบ้านเกาะ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางมายื่นฟ้องผู้มีคำสั่งแต่งตั้ง และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีเว็บพนัน BNK Master ของ สน.เตาปูน รวม 30 นาย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

นายวราชันย์กล่าวว่า ทีมทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยืนยันด้วยการแถลงข่าวไปแล้วว่าการดำเนินการของคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนชุด สน.เตาปูน ไม่มีอำนาจในการดำเนินการสืบสวนสอบสวน และหลังการแถลงข่าวก็ทราบว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. แถลงข่าวว่าคดีที่อยู่ในกลุ่มเว็บพนันที่กล่าวหาเกี่ยวพันกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าพนักงานในการกระทำความผิดที่อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. จะรวบรวมสำนวนส่งไปยัง ป.ป.ช. แต่ภายหลังการให้ข่าวของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนก็ยังดำเนินการออกหมาย และเท่าที่ตนทราบที่เป็นข่าวมีการออกหมาย แต่ไม่ได้มีการรวบรวมสำนวนทั้งหมดส่ง ป.ป.ช. ทางทีมทนายความจึงเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทบสิทธิกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพราะทีมทนายความเคยแถลงไว้แล้วว่า คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนไม่มีอำนาจ ทีมทนายความจึงมาฟ้องร้องกับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนชุดนี้ทั้งหมดในความผิด ม.157

ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนยืนยันว่าเป็นคนละสำนวนคดีกันนั้น นายวราชันย์บอกว่า เข้าใจว่าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคณะนี้ได้ดำเนินการโดยหยิบยกเอาแค่ประเด็นบางส่วนในคดีที่เกี่ยวพันกับคดีมินนี่ ซึ่งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งของ บช.น.ชุดนี้ก็ทราบรายละเอียดข้อเท็จจริงอย่างดีอยู่แล้วว่ารายละเอียดของคดีมินนี่มีรายละเอียดอย่างไร เพราะส่วนใหญ่คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนชุดนี้ก็เป็นชุดเดียวกับที่ได้รับการแต่งตั้งมาจากคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีมินนี่เกือบทั้งหมด

Advertisement

ส่วนการยื่นฟ้องร้องในวันนี้จะมีผลทันอย่างไรหรือไม่กับการจะครบกำหนดออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ในวันที่ 26 มี.ค. นายวราชันย์ระบุว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไม่ได้กังวล เพราะต้องเป็นไปตามกฎหมาย และพนักงานสอบสวนทราบเป็นอย่างดีว่าการออกหมายที่จะเป็นเหตุให้สามารถออกหมายจับได้ ต้องเป็นการออกหมายและมีการส่งโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่พนักงานสอบสวนทราบเป็นอย่างดีว่ายังไม่มีการส่งหมายได้ และยังไม่มีการนับ 1 ตาม ป.วิอาญา ดังนั้น ที่ปล่อยข่าวออกมาว่าส่งหมายเรียกครั้งที่ 2 แล้ว และจะครบกำหนดในวันพรุ่งนี้ ถ้าไม่มาตามหมายเรียกแล้วจะออกหมายจับนั้น ทีมทนายความขอยืนยันว่า ส่วนนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายอย่างแน่นอน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันพรุ่งนี้จะส่งทีมทนายความไปที่ บก.น.2 เมื่อครบกำหนดหมายเรียกครั้งที่ 2 หรือไม่นั้น นายวราชันย์บอกว่า อย่างที่ยืนยันไปว่าการออกหมายเรียก หรือมีข่าวการออกหมายต่างๆ มานั้น แต่ทางทนายความยังไม่ทราบว่าเป็นหมายอะไร ส่วนนี้กระบวนการส่งก็ยังไม่ถูกต้องครบถ้วนตาม ป.วิอาญา ก็เท่ากับยังไม่ได้เริ่มนับหนึ่งตามกฎหมาย

ส่วนกรณีถ้านำไปสู่การขอหมายจับจริงๆ จะมีการรับมืออย่างไรบ้างนั้น นายวราชันย์มองว่า ยังไงอำนาจการพิจารณาออกหมายจับคือศาล ซึ่งศาลจะต้องพิจารณาดูก่อนว่า ถ้าจะมีการอ้างว่าการออกหมายเรียก 2 ครั้งแล้วไม่มา แล้วการส่งหมายชอบหรือไม่ ส่งได้หรือไม่ตาม ป.วิอาญา ม.55 ซึ่งหากเป็นการส่งหมายโดยไม่ชอบ เชื่อว่ายังไงศาลก็ไม่พิจารณาออกหมายจับอย่างแน่นอน และการออกหมายใดๆ ก็แล้วแต่ เป็นการออกโดยไม่ชอบ แล้วยังไปฝืนขอออกหมายจับ ส่วนนี้ทางพนักงานสอบสวนก็อาจจะตกที่นั่งลำบากได้

นายวราชันย์บอกอีกว่า กรณีที่ตำรวจสืบสวนจังหวัดสงขลาไปแจ้งความร้องทุกข์กับ สน.เตาปูน ม.157 และ ม.149 ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับเจ้าพนักงาน และหลังมีการแจ้งความวันที่ 23 มี.ค. พ.ต.ท.คริษฐ์ทราบก็ไปปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวน เพื่อจะไปยืนยันว่ายังมีตัวตน เพื่อให้พนักงานสอบสวนรับตัวไว้ แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้น ก็ต้องพิจารณาด้วยว่า หากผู้ต้องหามาปรากฏตัวต่อพนักงานสอบสวนแล้ว พนักงานสอบสวนไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น จะเป็นการเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่ ทีมทนายความจึงตั้งข้อสังเกตว่า เพราะเหตุใดที่พนักงานสอบสวนไม่ควบคุมตัวผู้ต้องหา หรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งไว้ อาจจะเป็นเพราะหากรับตัวไว้สำนวนจะเข้าสู่กระบวนการที่ต้องส่งไป ป.ป.ช.ทั้งหมดหรือไม่ ซึ่งทีมทนายความจะต้องขอดูข้อมูลอีกครั้งเพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย หากกระทบสิทธิของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตนมองว่าการจะส่งสำนวนไป ป.ป.ช. กฎหมายได้ระบุไว้ว่า ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่จะทำได้ และส่งให้ ป.ป.ช.ภายใน 30 วันนับจากวันที่ร้องทุกข์กล่าวโทษ

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายณัฐวิชช์ เนติจารุโรจน์ ทีมทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท. ผบ.ตร. เพื่อขอให้ดำเนินการตามคำสั่งของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ที่เคยร่วมแถลงข่าวกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เมื่อวันก่อน โดยมี พ.ต.อ.สมใจ พาทีทิน รอง ผบก.อก.สพฐ.ตร. เวรอำนวยการ เป็นผู้รับเรื่อง

นายณัฐวิชช์กล่าวว่า ขอให้ดำเนินการตาม พงส. ทำตามคำสั่งของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ที่เคยร่วมแถลงข่าวกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โดยขอให้คณะพนักงานสอบสวนรวบรวมสำนวนทั้งหมดส่งให้ ป.ป.ช.เป็นผู้พิจารณา แต่หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนกลับออกหมายเรียกทำให้กระทบต่อสิทธิของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ส่วนจะเป็นหมายอะไร ทางตนขอยืนยันว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยังไม่เคยได้รับหมายอะไรสักครั้ง ส่วนที่ออกข่าวทำนองว่าจะออกหมายเรียก 2 ครั้ง เพื่อให้เป็นเงื่อนไขในการที่จะให้ศาลออกหมายจับ ล้วนแต่เป็นการแจ้งจากคณะพนักงานสอบสวนที่ให้ข่าวไปในทำนองเช่นนั้น ทำให้วันนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์มีความประสงค์ให้ทีมกฎหมายยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ในฐานะเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนทั่วราชอาณาจักรให้ทราบข้อเท็จจริงว่าถูกกระทบสิทธิอย่างไร

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ ผบ.ตร.เน้นย้ำคดีทางอาญาให้ดำเนินการตามกฎหมายไป แต่เพราะเหตุใดทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ให้รวบรวมทั้งหมดส่งให้ ป.ป.ช.ทำ

นายณัฐวิชช์กล่าวว่า ผบ.ตร.มีการชี้แจงในข้อนี้บอกว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งหมดเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกันของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตามที่ได้แถลงข่าวไปให้รวบรวมเรื่องทั้งหมดส่ง ป.ป.ช.แต่กลายเป็นออกหมายเรียก

เมื่อถามถึงคดีของ สน.เตาปูน ยังไม่ได้แจ้งข้อหาเป็นเจ้าพนักงาน ทำให้สำนวนยังไม่อยู่ในเงื่อนไขของ ป.ป.ช. นายณัฐวิชช์กล่าวตอบว่า เรื่องนี้เป็นข้อโต้แย้งของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ยืนยันว่าเรื่องที่ สน.เตาปูน เกี่ยวพันกับคดีที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ที่ ป.ป.ช.รับไต่สวน และเป็นไปตามกฎหมายของ ป.ป.ช. มาตรา 30 ประกอบมาตรา 28 หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกันอำนาจการสอบสวนจะอยู่ที่ ป.ป.ช. นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า ชุดสืบสวน สภ.เมืองสงขลา ได้มีการไปแจ้งความเพิ่มเติมว่า กรณีเรื่องนี้จากเส้นทางการเงินแล้วมีการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ

ส่วนถามว่า ผบ.ตร.มีอำนาจสั่งการส่งสำนวนไป ป.ป.ช.ได้เลยหรือไม่ นายณัฐวิชช์กล่าวตอบว่า เมื่อ ป.ป.ช.มีมติรับเรื่อง อำนาจสอบก็อยู่ที่ ป.ป.ช. ดังนั้น พนักงานสอบสวนควรทำเรื่องส่งให้ ป.ป.ช. ยืนยันว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไม่ได้บอกว่าจะไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยินดีพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหา อันนี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน

เมื่อถามว่า การออกมาครั้งนี้ไม่เป็นการจบเรื่องหรือไม่ นายณัฐวิชช์กล่าวตอบว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไม่ได้บอกว่าไม่ยอมจบ ยังยืนยันเป็นไปตามที่แถลง แต่การที่ออกมาแบบนี้ ทำเพื่อปกป้องสิทธิว่าควรที่จะทำในช่องทางที่ถูกต้อง พร้อมสั่งทีมทนายงดและยุติเรื่องต่างๆ ที่ต้องออกมาวันนี้ เนื่องจากหลังแถลงกลายเป็นว่าคณะพนักงานสอบสวนยังมีท่าทีเช่นนี้ จึงมีความคิดเห็นต้องออกมาปกป้องสิทธิ ไม่ใช่ว่าไม่จบ ท่านยินดีทำตามข้อที่แถลงทุกประการ