ทนายตั้ม แถลงปูด 3 หน่วยปฏิบัติรับส่วย 18 ธุรกิจเทา ส่งบิ๊กตร.เดือนกว่า 100 ล้านส่ง บิ๊กเต่า ฟัน

27.03.24 | 06:11 น.

ทนายตั้ม แถลงปูด 3 หน่วยปฏิบัติรับส่วย 18 ธุรกิจเทา ส่งบิ๊กตร.เดือนกว่า 100 ล้านส่ง บิ๊กเต่า ฟัน

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ได้แถลงเปิดโปงขบวนการส่วยของกองบังคับการหน่วยปฏิบัติที่มีคนสนิทของผู้บริหารระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เกี่ยวข้อง ที่ Sittra Law Firm อาคาร เอ็มไพร์ ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 26 มีนาคม

นายษิทรากล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมี 3 ตัวละครที่จะมาพูดถึง ได้แก่ ด.ต.คนหนึ่งมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลของทุกทีมเก็บส่วย พ.ต.ท.ตำแหน่งรอง ผกก.คนสนิทนายตำรวจระดับสูงใน ตร.และ พล.ต.อ.ตำแหน่งระดับสูงใน ตร. โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.นายดังกล่าวมีหน้าที่รับผิดชอบหน่วยงานในการดูแลแค่ 2 หน่วยงานปฏิบัติ โดยส่งคนของตัวเองเข้าไปดูแลงานใน บช.สอท.(บช.ไซเบอร์) แทน มีผลประโยชน์มหาศาล เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่มี 3 หน่วยงานปฏิบัติการตีตั๋วเรียกรับส่วยจาก 18 ธุรกิจสีเทา ได้แก่ 1.เว็บพนัน 2.บ่อนการพนัน (ไพ่, ไฮโล, ตีไก่) 3.เงินกู้ไทย-แขก 4.หวยใต้ดิน 5.สถานบันเทิง สถานบริการผับ 6.ร้านนวดที่แฝงขายบริการ 7.อาบ อบ นวด 8.โรงเซาน่า 9.ร้านเหล้าที่มี PR 10.บุหรี่ไฟฟ้า 11.บุหรี่หนีภาษี 12.ตลาดนัด เลียบด่วน ตลาดนัด ตลาดไท 13.สถานประกอบการที่มีแรงงานต่างด้าวทำงานที่แอบเพิ่มแรงงานที่ไม่มีบัตร 14.จุดคอกรับซื้อน้ำมันเถื่อน โคมแดงข้างทาง 15.น้ำมันเขียวที่รัฐช่วยชาวประมง แต่จะมีเจ้าใหญ่ๆ ไม่กี่เจ้าที่ทำเป็นยี่ปั๊ว 16.โต๊ะสนุกเกอร์ 17.หัวหน้าแขกที่เอาแขกมาขายถั่วโรตี 18.คนขายยา SEX และมีเพศสัมพันธ์ไลฟ์สดเพื่อขายยา SEX

นายษิทรากล่าวว่า มีแบ่งพื้นที่เก็บส่วยออกเป็นสาย รวม 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย แต่ละสายจะมีหัวหน้าชุดหรือเรียกว่าแม่บ้าน เป็นจ่าตำรวจและดาบตำรวจทำหน้าที่เก็บรวบรวมส่วยผ่านบัญชีม้า รวม 3 บัญชีหลัก ได้แก่ บัญชีชื่อนายณัฐพงค์ (สงวนนามสกุล) และบัญชีชื่อนายมงคล (สงวนนามสกุล) ซึ่งมี ด.ต.เป็นผู้ดูแล ส่วนบัญชีชื่อนายคชาชาญ (สงวนนามสกุล) มีรองฟาง เป็นผู้ดูแล นอกจากนี้ ยังมีบัญชีอื่นๆ ด้วย ซึ่งบางบัญชีพบว่าเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว คือบัญชีชื่อนายสำฤทธิ์ (สงวนนามสกุล) แต่ยังคงมีการทำธุรกรรมอยู่ โดยแม่บ้านแต่ละสายจะรวบรวมส่วยทั้งหมดที่ได้ส่งต่อไปยังบัญชีม้าที่ใช้ชื่อว่า มงคล กับณัฐพงค์ จากนั้นจะมีการโอนเงินจากทั้ง 2 บัญชีส่งไปยังบัญชีม้าที่ชื่อ คชาชาญ ก่อนจะโอนเงินต่อไปยังบัญชีภรรยาของรองฟางอีกทอด รวมถึงมีการโอนเงินไปยังบัญชีที่ใช้นามสกุลยศ พล.ต.อ. ซึ่งเป็นภรรยา, พี่สาว และพี่ชาย แต่ละสายจะส่งยอดส่วยเดือนละ 8-9 ล้านบาท และหลังจากนั้นจะรวบรวมส่งไปยังนายตำรวจระดับสูงสุด รวมเดือนละกว่า 100 ล้านบาท

นายษิทรากล่าวว่า นอกจากนี้เส้นทางการเงินยังพบว่ามีการโอนต่อไปยังสื่อมวลชนที่ประจำอยู่หน่วยปฏิบัติงานและสมาคมสื่อมวลชน เกี่ยวกับเส้นเงินของบัญชีม้าที่ชื่อนายคชาชาญ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 มีการโอนเงิน 500,000 บาท และ 200,000 บาท รวมเป็น 700,000 บาท เข้าบัญชีทอดกฐินสร้างวิหารวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นนทบุรี โดยมี พล.ต.อ.คนหนึ่งเป็นประธานในพิธี

Advertisement

นายษิทรากล่าวยืนยันอีกว่า การนำข้อมูลมาเปิดเผยครั้งนี้ไม่ได้รับงานใครมาและไม่ได้มีใครอยู่เบื้องหลัง แต่ต้องการให้สังคมรับรู้ข้อมูล แม้จะรู้ว่าอาจได้รับอันตรายจากการออกมาเปิดเผย แต่ยอมรับว่าก่อนจะมีการแถลงข่าวมีนายตำรวจใหญ่ติดต่อมาเพื่อขอทราบข้อมูล แต่ไม่ได้ขอให้ยกเลิกการแถลงข่าว รวมถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ก็โทรศัพท์มาขอให้ยกเลิก เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบทำให้ไม่ได้กลับเข้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ตนยืนยันจะนำข้อมูลมาเปิดเผย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว นายษิทรายังโทรศัพท์ติดต่อไปยัง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อนัดหมายนำเอกสารหลักฐารทั้งหมดเข้าแจ้งความในวันที่ 28 มีนาคม เวลา 11.00 น.
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายษิทราเปิดโปงถึง 3 หน่วยงานรับส่วยเชื่อมโยงนายตำรวจระดับสูงว่า ยังไม่ได้ยินเรื่องดังกล่าว ตอนนี้ขอเพียงการดำเนินการระหว่าง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่มีการแทรกแซง เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องนี้จะไม่ยุ่งแล้ว
ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า ใครพูดอะไร หรือทำอะไร ต้องรับผิดชอบตัวเองด้วย หากกระทบบุคคลที่ 3 ก็มีสิทธิดำเนินการตามกฎหมาย เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องระหว่างบุคคล ยังไม่ได้รับรายงานและข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจริงหรือไม่