เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ ซอยพหลโยธิน 54 เขตสายไหม กรุงเทพฯ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบทะเบียนบ้านจำนวน 64 ครัวเรือน ให้แก่ชาวชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ พร้อมมอบเครื่องสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานแก่ผู้ด้อยโอกาสในชุมชน ซึ่งมีผู้บริหาร พม. ผู้บริหารการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนเข้าร่วมกว่า 400 คน ว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาชุมชนที่บุกรุกพื้นที่ริมคลอง โดยมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) จัดทำแผนงานบ้านประชารัฐริมคลอง เพื่อรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนริมคลอง ขณะที่กรุงเทพมหานคร จะรับผิดชอบในการสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมนั้น
รมว.พม.กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาได้ทยอยรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองและสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิมเสร็จทั้งชุมชนแล้ว 1 ชุมชน คือชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ จำนวน 65 หลัง วันนี้จึงได้มีจัดพิธีมอบทะเบียนบ้านในครั้งนี้ จำนวน 64 ครัวเรือน ให้แก่ชาวชุมชนชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ และมอบบ้านกลางให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในชุมชน จำนวน 1 หลัง ทั้งนี้ ต้องถือว่าชุมชนแห่งนี้เป็นต้นแบบในการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยราชการ อาทิ พม. สำนักงานตำรวจแห่งชาติกรมธนารักษ์ กทม. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตลอดจนภาคเอกชน เข้ามาสนับสนุนการพัฒนาชุมชนแห่งนี้ ซึ่งจากเดิมที่มีสภาพเป็นชุมชนแออัด บ้านเรือนทรุดโทรม และสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัย แต่ปัจจุบันชุมชนมีบ้านใหม่ที่สวยงาม มั่นคง มีสนามเด็กเล่น มีสถานที่ออกกำลังกาย ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว อีกทั้งเป็นการคืนลำคลองให้แก่สาธารณะเพื่อก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมอีกด้วย
ทั้งนี้ พอช.ได้จัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยบ้านประชารัฐริมคลอง เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาล ระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ.2559-2561) มีเป้าหมาย 52 ชุมชน จำนวน 7,081 ครัวเรือน ใช้งบประมาณรวมจำนวน 4,061 กว่าล้านบาท ส่วนในปีนี้จะดำเนินการในชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ รวมจำนวน 33 ชุมชน 3,672 ครัวเรือน โดยมีหลักการว่า หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ ระยะเวลา 30 ปี รวมถึงหากชุมชนใดมีพื้นที่ไม่เพียงพอ ชาวบ้านอาจรวมตัวเพื่อหาที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม เพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ การเดินทาง หรือสถานศึกษา ตลอดจนหากไม่มีที่ดินที่เหมาะสม พอช.จะประสานกับ กคช.เพื่อหาที่อยู่อาศัยรองรับชาวบ้าน โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณให้ อาทิ งบก่อสร้างครัวเรือนละ 8 หมื่นบาท งบช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 8 หมื่นบาท สินเชื่อเพื่อสร้างบ้านไม่เกิน 3 แสนบาทต่อครัวเรือน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี ระยะเวลาผ่อนส่ง15 ปี เป็นต้น










