อึ้ง คนไทย 10 ล้านคน ป่วยสุขภาพจิตแล้ว 3 ล้านคน พบเยาวชน มีภาวะ “เครียด-ซึมเศร้า-ทำร้ายตัวเอง” เป็นกลุ่มสูงสุด
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในงานประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพระดับชาติ ครั้งที่ 2 ว่า ขณะนี้ทั่วโลกประสบปัญหาสุขภาพจิต และจิตเวช มีประชากรโลกมีปัญหาจิตเวชมากถึง 1 ใน 4 หรือ 450 ล้านคน ส่งผลกระทบต่อความสามารถการใช้ชีวิต สสส. มียุทธศาสตร์สร้างเสริมสุขภาพจิต (Mental Health Promotion) ควบคู่ไปกับการสร้างเสริมสุขภาพทางกาย สสส. เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาสุขภาพจิตรวมถึงปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆ ของนักศึกษา อาจารย์ บุคลากรมหาวิทยาลัย รวมถึงชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด จึงสนับสนุนการดำเนินงานของเครือข่าย ASEAN University Network หรือ AUN-HPN และเครือข่ายมหาวิทยาลัยไทยเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ TUN-HPN ในการขยายเครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างสุขภาพทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน สนับสนุนการทำวิจัยร่วมในประเด็นสร้างเสริมสุขภาพ รวมถึงเวทีพัฒนาศักยภาพและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์
“การประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพฯ ในครั้งนี้ เพื่อพัฒนาแนวทาง กระบวนการ และนวัตกรรม ที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงปัญหาสุขภาพด้านอื่นของนิสิต นักศึกษา และบุคลากรในมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพลดการสูญเสียชีวิตและโอกาสทางสังคมต่อไป” ดร.ณัฐพันธุ์กล่าว
ด้าน ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ไทยมีประชากร 10 ล้านคน ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต ในจำนวนนี้มี 3 ล้านคน ได้รับการรักษาในระบบสาธารณสุข ซึ่งยังมีอีกจำนวนมากที่ตกหล่นและไม่เข้าถึงการรักษา จากข้อมูล Mental Health Check-in ของกรมสุขภาพจิต พบสถานการณ์สุขภาพจิตคนไทยทุกช่วงอายุ ระหว่างปี 2563-2567 มีความเครียดสูง ร้อยละ 8.04 มีภาวะเสี่ยงซึมเศร้า ร้อยละ 9.47 และเสี่ยงฆ่าตัวตาย ร้อยละ 5.39 เฉพาะเยาวชนไทยอายุต่ำกว่า 20 ปี มีความเครียดสูง ร้อยละ 24.83 มีภาวะเสี่ยงซึมเศร้า ร้อยละ 29.51 และเสี่ยงฆ่าตัวตายสูงถึง ร้อยละ 20.35 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าวัยทั่วไป สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากความเครียด ความเหนื่อยล้า การโดนล่วงละเมิดทางเพศบนออนไลน์ ขณะที่จิตแพทย์เด็กมีจำนวนไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย
ขณะที่ ศ.ดร.นพ.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล ประธานคณะกรรมการเครือข่ายมหาวิทยาลัยไทยเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ (TUN-HPN) ประจำปี 2565 และรองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศไทยมีนักศึกษาประมาณ 1.7 ล้านคน ส่วนใหญ่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต จากผลสำรวจประเด็นสุขภาพจิตของนักศึกษา 9,050 คน ภายใต้โครงการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพของนิสิต นักศึกษา ในมหาวิทยาลัย ปี 2565 พบนักศึกษามีความเครียดบ่อยครั้งถึงตลอดเวลา ร้อยละ 40 มีความรู้สึกเศร้า ร้อยละ 30 เคยทำร้ายตัวเอง ร้อยละ 12 เคยคิดฆ่าตัวตาย ร้อยละ 4 และถูกวินิจฉัยว่ามีอาการจิตเวช ร้อยละ 4.3 โดยระหว่างปี 2560-2564 มีนักศึกษาฆ่าตัวตายมากถึง 14 คน พบมากที่สุดในปี 2564 ถึง 7 ราย คิดเป็น ร้อยละ 50 ของจำนวนนักศึกษาฆ่าตัวตายทั้งหมด และคาดว่ายังมีตัวเลขที่ไม่ถูกเปิดเผย
“เครือข่าย TUN-HPN จึงต้องมีแนวทางมีแนวทางดูแล และระบบช่วยเหลือนักศึกษาโดยทำงานร่วมกับเครือข่ายสถานบริการสาธารณสุข 4 ด้าน ได้แก่ 1.ป้องกันและการส่งเสริมปัญหาสุขภาพจิต 2.ดูแลช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงและมีปัญหา พร้อมส่งต่อให้หน่วยงานเครือข่าย 3.สร้างเครือข่าย ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งไร้รอยต่อ 4.สร้างความต่อเนื่องและยั่งยืน ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานช่วยเหลือนิสิต มีการประเมินผลและติดตามอย่างต่อเนื่อง” ศ.ดร.นพ.นรินทร์ กล่าว

