เด้ง รองฟาง-ดาบยาว ถูกทนายตั้มแฉ เอี่ยวขบวนการรับส่วยส่งบิ๊กตร. ตั้งกรรมการสอบ

27.03.24 | 16:16 น.

‘บิ๊กเจี๊ยบ’ สั่งย้าย ‘รองฟาง-ดาบยาว’ หลังถูกทนายตั้มแฉ พาดพิงขบวนการรับส่วยส่งบิ๊กตำรวจ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ยืนยัน สอท.ไม่ใช่แหล่งหารายได้มหาศาล

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 มีนาคม ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปก.สอท.) อำเภอปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) กล่าวถึงกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ออกมาแถลงเปิดโปงขบวนการรับส่วยและเส้นทางการเงิน ที่พาดพิงถึง ด.ต.อภิชาต สุวรรณเพ็ชร กก.1 สอท.2 (ดาบยาว) พ.ต.ท.สุรกุล ธัญสิริดำรง รอง ผกก.กกวิเคระห์ข่าว บก.สอท.2 (รองฟาง) ว่า ในแนวทางการปฏิบัติของ สอท. คือ ต้องมีคำสั่งมาประจำศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยหลังจากถูกพาดพิงเมื่อวานนี้ (26 มีนาคม) ก็ได้ดำเนินการทั้ง 2 ส่วนทันที ซึ่งตำรวจทั้ง 2 นายเข้ามาประจำที่ ศปก.สอท.แล้ว ทั้งนี้ส่วนตัวไม่ได้สอบถามนายตำรวจทั้ง 2 นายที่ถูกพาดพิง แต่ให้คณะกรรมการดำเนินการตรวจสอบ และเมื่อวานนี้มีการพาดพิงถึงหลายหน่วยงาน หลายพื้นที่ ซึ่งพบว่าเป็นข้อมูลปีเก่าๆ ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา ซึ่งทาง สอท.ได้สั่งดำเนินการตรวจสอบทั้งหมดแล้ว

โดยข้อมูลที่นายษิทราแถลงข่าวไปเมื่อวานนั้น ก็พบว่าเป็นข้อมูลที่มีลักษณะใกล้เคียงกับข้อมูลที่เคยมีผู้กำกับสืบสวนจังหวัดสงขลาไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.เตาปูน ซึ่งขณะนี้ สน.เตาปูนอยู่ระหว่างการสืบสวนดำเนินคดี

ส่วนที่นายษิทราจะไปพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ก็เป็นส่วนที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางดำเนินคดีด้วยส่วนหนึ่ง จึงมองว่าสังคมไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการตรวจสอบ เพราะมีหลายหน่วยงานร่วมตรวจสอบ ทั้ง สน.เตาปูน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการตรวจสอบในภาพรวมด้วย

Advertisement

ด้านเส้นทางการเงินที่มีลักษณะพาดพิงถึงการกระทำผิดหลายประเภท โดยเฉพาะเว็บไซต์ ซึ่งเป็นเรื่องของเส้นเงินที่ตำรวจ สน.เตาปูน และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนการต้องทำการตรวจสอบ ส่วนที่ถูกมองว่า ลักษณะการเก็บเงินหน้าส่วยแล้วส่งไปให้บิ๊กตำรวจนั้น พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าวว่า ก็คงต้องดูหลักฐานที่นำมาชี้แจงกับหลักฐานทางการเงินว่ามีลักษณะการเชื่อมโยงกันแบบไหน บางเส้นก็มีครั้งเดียว บางเส้นเองก็มีหลายครั้ง ซึ่งเกี่ยวกับการถูกดำเนินคดีทั้งสิ้น ซึ่งส่วนของ สอท.เป็นการตรวจสอบทางวินัย เพราะคดีอาญาเป็นของ สน.เตาปูน และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

ส่วนที่นายษิทรากล่าวอ้างว่า มีการนำเงินไปให้บิ๊กตำรวจคนหนึ่งนั้น พล.ต.ท.วรวัฒน์ระบุว่า ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้สั่งให้ตรวจสอบบุคคลที่ถูกพาดพิงทั้งหมด รวมถึงในภาพรวมของ สอท.ทั้งหมด โดยมีกรอบระยะเวลาในการตรวจสอบให้ดำเนินการให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหน่วยไหนก็ล้วนต้องถูกตรวจสอบทั้งสิ้น และเชื่อว่าการตรวจสอบจะเข้มข้นเรื่อยๆ ในเมื่อเป็นข้าราชการก็ต้องพร้อมรับการตรวจสอบ

ส่วนกรณีที่เพจนายษิทราถูกปิดกั้นก่อนจะมีการแถลงข่าว ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับ สอท.หรือไม่นั้น พล.ต.ท.วรวัฒน์ระบุว่า ไม่เกี่ยวกับ สอท. เพราะเพจปิดก็เปิดได้ หากมีการร้องขอไม่กี่ชั่วโมง และไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม เพราะเป็นข้อมูลเดิมๆ

ผู้สื่อข่าวสอบถามเพิ่มเติมถึงกรณีที่มีการพาดพิงจากการแถลงข่าวของนายษิทราว่า มีการใช้ห้องหนึ่งใน สอท.เพื่อส่งยอดและรับยอดเงินส่วยทุกวันที่ 25 ของเดือนนั้นมีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มีห้องนั้นอยู่จริงหรือไม่ พล.ต.ท.วรวัฒน์ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะห้องนั้นเป็นห้องของผู้บังคับบัญชา เป็นห้องรองผู้บัญชาการจะเข้าไปทำอย่างนั้นได้อย่างไร และตนเองไม่ได้เข้าไปตรวจสอบเพราะเป็นสำนักงาน มีหน้าห้องนั่งอยู่ปกติ พร้อมย้ำว่า ตนเองพร้อมให้ตรวจสอบ ใครจะตรวจสอบก็มาตรวจสอบได้ เนื่องจากเป็นข้าราชการก็ต้องพร้อมที่จะถูกตรวจสอบ

ส่วนกรณีที่ถูกมองว่า สอท.เป็นแหล่งเงินที่มีการหารายได้กันมหาศาลนั้น พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะถ้าตำรวจหน่วยไหนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจนั้นๆ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ และมักจะถูกพาดพิงและถูกตรวจสอบ เช่น ตั้งแต่ตนรับตำแหน่งมา ก็มีการจับกุมเว็บพนันและยึดทรัพย์ไปหลายพันล้าน

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ตำรวจ สอท.มองว่าการถูกพาดพิงครั้งนี้เป็นหนึ่งในหมากที่อยู่เกมของตำรวจระดับสูงหรือไม่ พล.ต.ท.วรวัฒน์เผยว่า ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานก็ต้องรับผิดชอบว่ามีเสียงสะท้อนแบบนี้จะทำอย่างไร ก็ให้หน่วยงานอื่นมาตรวจสอบเราได้