ตร.ไชเบอร์ ร่วมมือเมียนมา จับเครือข่ายแก๊งคอลฯ-เว็บพนันออนไลน์ ยึดของกลางเพียบ!
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 มีนาคม ที่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ตอท. พล.ต.ต.จิตติพนธ์ ผลพฤกษา ผบก.สอท.4 พ.ต.อ.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ รอง ผบก.สอท.2 นายสุริยน ประภาสะวัต ตำแหน่งอัยการพิเศษ ฝ่ายการสอบสวน 1 นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงข่าวตำรวจไซเบอร์ประสานความร่วมมือสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาขยายผลข้ามแดนเก็บรวบรวมข้อมูลและตรวจพิสูจน์พยานหลักฐาน เครือข่ายการพนันออนไลน์ ใช้พื้นที่ใกล้ชายแดนเป็นฐานที่มั่น ใน จ.ท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีที่ทหารร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาเข้าปราบปรามบ่อนการพนันออนไลน์และแก๊งคอลเซนเตอร์ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ติดชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายของไทย สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวไทยได้ 154 คน และตำรวจไซเบอร์ของไทยก็ได้ประสานความร่วมมือกับทางการเมียนมาเพื่อขยายผลขบวนการ หลังทางการเมียนมาอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ไทยเข้าไปตรวจสอบพยานหลักฐานได้ ทีมตำรวจไซเบอร์ก้เดินทางไปตรวจสอบพยานหลักฐานเมื่อวันที่ 21 – 23 มี.ค. ที่ผ่านมา พร้อมจัดตั้งศูนย์สืบสวนสอบสวนและขยายผลการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก โดยมีผู้บังคับารตำรวจจังหวัดท่าขี้เหล็กของเมียนมานำตรวจพยานหลักฐาน

พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบอาคารที่ใช้เป็นฐานของแก๊งคอลเซนเตอร์และพนันออนไลน์ 3 อาคาร พบว่ามีการดัดแปลงเป็นห้องสำนักงานที่ใช้ในการชักชวนเล่นการพนันออนไลน์และเป็นห้องที่ใช้พักผ่อนของกลุ่มขบวนการจำนวน 50 ห้อง พบเครื่องคอมพิวเตอร์มากกว่า 400 เครื่อง ซึ่งมีโปรแกรมเกมและการพนันประเภทต่างๆ เบื้องต้นตำรวจไซเบอร์ได้สำเนาข้อมูลโทรศัพท์มือถือของกลาง 316 เครื่อง , และสำเนาข้อมูลเครื่องคอมพิวเตอร์ 12 เครื่องจากทั้งหมด 31 เครื่องที่ตรวจยึด มาตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นพบประวัติเว็บไซต์พนัน 15 เว็บไซต์ , และ URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันอีก 23 เว็บไซต์ , โปรแกรมสำหรับสมัครเฟซบุ๊กอัตโนมัติ , หลักฐานการสรุปค่าใช้จ่ายของเว็บไซต์พนันออนไลน์ , ใบเสร็จการโอนเงินต่างๆ

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาที่ถูกจับ รับสารภาพว่าทำงานเกี่ยวกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยทำหน้าที่เป็นแอดมินชักชวนให้คนไทยเข้ามาเล่นพนัน ให้คำแนะนำการสมัครสมาชิก การแก้ปัญหาขณะเล่น และการโฆษณาเว็บพนันตามแอปพลิเคชัน เพจเฟซบุ๊ก และช่องทางต่างๆ ซึ่งหลังผู้ต้องหาทั้งหมดถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเมียนมาว่าด้วยการพนันและรับโทษครบแล้ว จะถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทยต่อ ซึ่งก็จะเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการพนัน , ความผิดเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกอั้งยี่ , ความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม , และความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน และตำรวจไซเบอร์จะนำข้อมูลหลักฐานทั้งหมดขยายผลเพิ่มเติม ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อจับกุมตัวการและผู้รับผลประโยชน์ของทั้ง 23 เว็บไซต์พนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง


