เปิดผลสำรวจ ‘เด็กไทย’ อ้วนขึ้น กรมอนามัยจับมือศึกษาฯ จัดกิจกรรม ‘จิงโจ้ยืดตัว’

2.02.17 | 15:56 น.

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมริชมอนด์ นพ.ชัยพร พรหมสิงห์ ประธานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรมอนามัย พร้อมด้วยนายพะโยม ชิณวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้ลงนามความร่วมมือ “การพัฒนาการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาวะเด็กปฐมวัย วัยเรียน วัยรุ่น และการจัดการปัญหาเด็กอ้วน” โดย นพ.กิตติ ลาภสมบัติศิริ ผู้อำนวยการกองออกกำลังกาย กรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์ภาวะอ้วนในเด็กวัยเรียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 12.5 ในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 13.1 ในปี 2559 ขณะที่การมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอของเด็กไทยระหว่างปี 2555-2557 ในกลุ่มเด็กอายุ 6-14 ปี อยู่ที่ร้อยละ 63.8 และกลุ่มเด็กวัยรุ่นอายุ 15-24 ปี อยู่ที่ร้อยละ 65.1 เท่านั้น

นพ.กิตติ กล่าวว่า การจะลดปัญหาภาวะอ้วนและเพิ่มความสูงให้แก่เด็กวัยเรียน มี 3 ปัจจัยคือ 1.การออกกำลังกายที่เพียงพอ 2.การรับประทานอาการที่มีประโยชน์ และ 3.การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ ซึ่งจากการที่รัฐบาลมีนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ กรมอนามัยจึงจัดโครงการ ‘โชป้า แอนด์ ชายด์ป้า’ เกมส์ ลดเรียน เพิ่มรู้ สู่อาเซียน เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายในเด็กวัยเรียน โดยกิจกรรมของโครงการดังกล่าวจะมี 3 รูปแบบคือ 1.นวัตกรรมออกกำลังกายจิงโจ้ยืดตัว เพื่อช่วยเรื่องการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ช่วยเรื่องความอ่อนตัว และการยืดหยุ่นที่ดีของร่างกาย 2.นวัตกรรมออกกำลังกายจิงโจ้ FUN For FIT จะเน้นการออกกำลังกายที่มีการกระโดด หรือมีการลงน้ำหนัก เพื่อกระตุ้นการเพิ่มความสูงให้เด็ก และ3.นวัตกรรมออกกำลังกายเก้าอี้…ขยี้พุง จะเป็นการช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทุกๆ ส่วนของร่างกาย และจัดทำหลักสูตรพัฒนาบุคลากรทางสาธารณสุขและทางการศึกษา รวมถึงนักเรียน ให้เป็นโชป้าแอนด์ชายด์ป้าโคช จำนวน 293 คน

นพ.กิตติ กล่าวว่า จากการนำร่องโครงการมาตั้งแต่ปี 2558 ในโรงเรียนจำนวนกว่า 200 แห่ง ครอบคลุมกว่า 40 จังหวัด พบว่า นักเรียนจำนวน 1,337 คน จาก 13 โรงเรียน ใน 6 จังหวัด ซึ่งมีทั้งเด็กโชป้าคือมีน้ำหนักตัวเกินหรือภาวะอ้วน และเด็กชายด์ป้าคือ เด็กสมส่วนและผอม มีกิจกรรมทางกายอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้น มีความสูงเพิ่มขึ้น น้ำหนักลดลง ร่างกายแข็งแรงขึ้น ยืดหยุ่นดีขึ้น ไขมันใต้ผิวหนังลดลง อาการภูมิแพ้และการเจ็บป่วยหลายอย่างดีขึ้น นอนหลับสนิทขึ้น มีสมาธิในการเรียนดีขึ้น ดังนั้น ในปี 2560 สธ.จะร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมผลักดันโครงการให้ครอบคลุมโรงเรียนอย่างน้อย 7,700 แห่ง ครอบคลุมเด็กอย่างน้อย 770,000 คน เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกาย ช่วยให้เด็กไทยสูงสมส่วน แข็งแรง ไอคิวและอีคิวดี

thumbnail_IMG_5372

41137

Advertisement