หน้าแรก ในประเทศ แรงงานจี้รัฐบ...

แรงงานจี้รัฐบาลขอค่าจ้างเท่ากันทั่วประเทศ ไม่ต่ำกว่า 400บ./วัน

27.03.24 | 18:15 น.

แรงงานจี้รัฐบาลขอค่าจ้างเท่ากันทั่วประเทศ ไม่ต่ำกว่า 400บ./วัน

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) พร้อมด้วย สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นำโดย นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธาน สสรท. เข้ายื่นหนังสือถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผ่านทาง นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมออกแถลงการณ์เรียกร้องการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเท่ากันทั่วประเทศ และคัดค้านการปรับขึ้นค่าจ้างแบบเขตพื้นที่

นายสาวิทย์ กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ตามที่คณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) เสนอซึ่งมีอัตราการปรับตั้งแต่ 2-16 บาท ต่ำสุดวันละ330 บาท สูงสุดวันละ 370 บาท ซึ่งการปรับค่าจ้างครั้งนี้ มีการขยายเขตพื้นที่ในการปรับจากเดิม 13 ราคา เมื่อปี 2565 เป็น 17 ราคา ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าจะมีการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 พรรคเพื่อไทยได้ประกาศนโยบายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานโดยเสนอตัวเลขการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ วันละ 600 บาท ในปี 2570 แต่จะทยอยปรับในแต่ละปี โดยเริ่มที่วันละ 400 บาท ซึ่งต่อมาพรรคเพื่อไทยก็ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล มีนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี แต่การปรับค่าจ้างขั้นต่ำกลับไม่ได้เป็นอย่างที่นายกฯ และพรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ แม้นายกฯ จะแสดงท่าทีไม่พอใจ จึงไม่นำเข้าพิจารณาในการประชุม ครม.วันที่ 12 ธันวาคม 2566 และ

สั่งกระทรวงแรงงานพิจารณาทบทวน แต่บอร์ดค่าจ้างที่มีโครงสร้างเป็นไตรภาคี คือ รัฐ นายจ้าง ลูกจ้าง มีมติเอกฉันท์ก็ยืนยันตัวเลขเดิมรวมทั้งตัวแทนฝ่ายลูกจ้างเอง ในที่สุด ครม.ก็เห็นชอบตามนั้น ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 และสั่งการให้กระทรวงแรงงานนัดประชุมบอร์ดค่าจ้างใหม่ และจะปรับค่าจ้างขั้นต่ำอีกครั้งในเดือนเมษายนนี้

นายสาวิทย์ กล่าวว่า สสรท. และ สรส.ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยื่นข้อเสนอปรับค่าจ้าง พร้อมทั้งออกจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลให้มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 492 บาท โดยให้มีค่าจ้างราคาเดียวเท่ากันทั้งประเทศ เพราะราคาสินค้าราคาไม่ได้แตกต่างกัน และเสนอให้ค่าจ้างขั้นต่ำกำหนดให้เป็นค่าจ้างแรกเข้า และให้ทุกสถานประกอบการจัดทำโครงสร้างค่าจ้าง เพื่ออนาคตของคนทำงาน ครอบคลุมทั้งลูกจ้างภาครัฐ และ เอกชน แรงงานภาคบริการ แต่เกิดความล่าช้าในการดำเนินการทบทวน สสรท. และ สรส.จึงนัดหมายเพื่อทวงถามเรื่องการปรับค่าจ้างดังกล่าว

Advertisement

“สำหรับมติบอร์ดค่าจ้างเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2567 ที่ให้มีการปรับ 400 บาท ใน 10 จังหวัด แต่เป็นการปรับในบางพื้นที่นั้น ถือว่า เป็นการปรับค่าจ้างเพิ่มขึ้น แต่เป็นการปรับ

ที่ก่อให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการ สร้างความแปลกแยก แตกต่าง สร้างความเหลื่อมล้ำเรื่องค่าจ้างแม้ในจังหวัดเดียวกัน ทั้งๆ ที่ราคาสินค้าไม่ได้มีราคาแยกตามพื้นที่ โดยเฉพาะราคาสินค้าในร้านสะดวกซื้อที่เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตของผู้ใช้แรงงานและประชาชนทั่วไปนั้นราคาเท่ากันทุกพื้นที่ทั้งประเทศ รวมทั้ง ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต ฯลฯ ก็เท่ากันทั้งประเทศ มติที่ออกมาจึงสวนทางกับความเป็นจริง และสวนทางกับที่ สสรท. และ สรส. เสนอ” นายสาวิทย์ กล่าวและว่า การปรับขึ้นค่าจ้างในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงระบบการปรับค่าจ้างที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และไม่อาจยอมรับได้

นายสาวิทย์ กล่าวว่า สสรท. และ สรส.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรัฐบาลหยุดสร้างความเหลื่อมล้ำเรื่องค่าจ้าง ยกเลิกสูตรและแนวทางการปรับขึ้นค่าจ้างตามที่บอร์ดค่าจ้างมีมติ โดยให้ตระหนักถึงความเดือนร้อนผู้ใช้แรงงาน ให้มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 492 บาท หรือไม่ต่ำกว่าวันละ 400 บาท ตามที่รัฐมนตรีและนายกฯแถลงก่อนหน้านี้ โดยมีค่าจ้างราคาเดียวเท่ากันทั้งประเทศ และเสนอให้ค่าจ้างขั้นต่ำกำหนดให้เป็นค่าจ้างแรกเข้า และให้ทุกสถานประกอบการจัดทำโครงสร้างค่าจ้าง เพื่ออนาคตของคนทำงาน ครอบคลุมทั้งลูกจ้างภาคเอกชน และ ลูกจ้างภาครัฐโดยเฉพาะลูกจ้างในหน่วยงานราชการที่ได้รับค่าจ้างในปัจจุบันต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ รวมทั้งคนทำงานภาคบริการ เพื่อความเป็นธรรมทางสังคมควบคู่กับการสร้างรายได้ สร้างอาชีพ สร้างหลักประกันการทำงาน การจ้างงาน เพื่ออนาคต และ สังคมที่ดี และการควบคุมราคาสินไม่ให้มีราคาแพงเกินเหตุผลความเป็นจริง ทั้งนี้ ขอให้ผู้ใช้แรงงานติดตามว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรัฐบาลจะมีท่าทีอย่างไร หากไม่เป็นไปตามที่ต้องการจะร่วมกันพิจารณามาตรการผลักดันต่อไป