ตามรอย‘ทนายตั้ม’ร่วมทำบุญวัดนครอินทร์ หลังพบเส้นเงินบริจาควัดนครอินทร์กว่า 800,000 บาท สร้างอุโบสถ เผยวันจันทร์ 1 เม.ย. เเจ้งความบิ๊กนายพล และภรรยาพร้อมบัญชีม้า ข้อหาร่วมกันฟอกเงิน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มีนาคม ที่วัดนครอินทร์ ถ.พิบูลสงคราม ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ได้ร่วมทำบุญสร้างอุโบสถ จำนวนเงิน 5,000 บาท และกล่าวถึงกรณีที่พบหลักฐานเส้นทางการเงิน จากเว็บพนันออนไลน์มีการโอนเข้าร่วมทำบุญบริจาคสร้างอุโบสถวัดที่ตนได้ข้อมูลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับนายพล ต.ว่า หลังจากที่ตนได้เปิดเผย เรื่องเกี่ยวกับหน่วยงานของตำรวจที่มีการเรียกรับส่วยโดย 2 เส้นเงินจากทั้งหมดนั้นตรวจพบว่ามีการนำเงินจากบัญชีม้าในกระบวนการดังกล่าวมาบริจาคให้กับวัดนครอินทร์ โดยครั้งเเรกโอนมาให้ 100,000 บาทและครั้งที่สองจำนวน 700,000 บาท ซึ่งเป็นการโอนจากบัญชีม้าชื่อนายณัฐพงค์ และ นายคชาชาญ โดยการเป็นการโอนตรงเข้าบัญชีของวัดและได้มีการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามของนายพล ต. โดยทางวัดเองได้มีการโพสต์ด้วยว่าได้รับการบริจาคจาคนายพล.ต.โดยครั้งเเรกโอนมาให้ 100,000 บาทและครั้งที่สองจำนวน 700,000 บาท เช่นกัน
ตอนนี้ตนคิดว่าหลักฐานชัดเจนแล้ว และได้มีการพยายามตรวจสอบจากทางวัด ก็ไม่ได้รับข้อมูลใดๆ เพราะไม่มีใครยอมบอก ทางวัดก็ไม่ได้มีการส่งให้สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว จึงอยากขอให้สำนักพุทธฯช่วยเข้าตรวจสอบเพราะต้องมีชื่อหลักฐานชัดเจนอยู่เเล้วว่าใครเป็นผู้โอน และตนยังได้รับรายงานมาว่ามีผู้สื่อข่าวไปสอบถามกับอีกวัดหนึ่งที่มีเส้นเงินไปถึงเช่นกันจำนวนกว่า 100,000 บาท โดยคนที่จะสามารถตอบเรื่องบัญชีของวัดได้นั้นมีอยู่ 3 คน ที่เกี่ยวข้องกับวัดได้เเก่ เจ้าอาวาสวัด,เลขาฯเจ้าอาวาสวัดและไวยาวัจกร โดยไวยาวัจกรมีหน้าที่ดูเเล เรื่องเกี่ยวกับภายในวัดรวมถึงการเงินด้วย ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวนั้นที่วัดนครอินทร์แห่งนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ก็อยู่ในตำเเหน่งดังกล่าว
ส่วนเมื่อวานที่ทีมทนายความของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ที่ได้รับมอบอำนาจจากพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้กล่าวว่าหลักฐานที่ตนออกมาเปิดเผยนั้นได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งหากหลักฐานที่ตนได้มานั้นมิชอบด้วยกฎหมายจริงก็สามารถฟ้องตนได้เลย แต่ที่ไม่ตอบโต้นั้นเพราะหลักฐานที่ตนนำมาเปิดเผยนั้นเป็นของจริง ใครจะกล้าเอาเอกสารที่มิชอบด้วยกฎหมายมาดำเนินคดี โดยเฉพาะคดีดังกล่าวทีเป็นการฟ้องร้อง ผบ.ตร.ด้วย และที่บอกว่าตนไปสืบค้นทะเบียนราษฎรของพลตำรวจเอกต่อศักดิ์นั้นให้ดำเนินคดีไปเลยเพราะไม่ใช่คนของตนเเน่นอน
นายษิทรากล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาตนพบหลักฐานใหม่โดยได้ตรวจเส้นเงินทั้งหมด30 กว่าเส้นโดยต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 3 ปีที่เเล้ว ช่วงที่นายพลคนหนึ่งยังเป็นผู้บัญชาการแห่งหนึ่ง ได้มีการโอนจ่ายให้ภรรยาของตัวเอง เดือนละเเสนกว่าบาท และพอเลื่อนตำแหน่งเป็น ผช.ผบ.ตร.และรองผบ.ตร. ก็ได้มีการโอนเงินจากบัญชีม้าให้ ภรรยาของตัวเองเดือนละ 59,000 บาท เเต่ตอนนี้ตนยังตรวจสอบไปไม่ถึงในช่วงที่นายพลคนหนึ่งเป็นผู้นำองค์กรมีเส้นเงินถึงเเค่เดือนตุลาคมเมื่อปี 2566 กำลังตรวจสอบเพิ่มเติมอยู่ ตนคิดว่าหากเป็นความผิดนั้นจะเป็นความผิดแบบรายกรรม ซึ่งจะมีการไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายพลคนนั้นและภรรยา ร่วมถึงบัญชีม้าอย่าง นายณัฐพงค์ และ นายคชาชาญ ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินที่ สน.เตาปูนในเวลา 10.00 น. ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ส่วนคดีของนางพิมวิไลเจ้าของเว็บพนัน BNK master ที่ตนนำหลักฐานไปมอบให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเส้นทางการเงินของนางพิมวิไล ตนเองต้องการให้ตำรวจสอบสวนกลางตรวจสอบ ยังไม่ถึงกับแจ้งความร้องทุกข์ โดยในวันพรุ่งนี้ (31 มี.ค.) ช่วงบ่าย ตนเองก็จะเข้าไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
ส่วนในกรณีของ ด.ต.อภิชาต สุวรรณเพ็ชร กก.1 สอท.2 (ดาบยาว) พ.ต.ท. สุรกุล ธัญสิริดำรง รอง ผกก.กกวิเคราะห์ข่าว บก.สอท.2 (รองฟาง) เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.)

