‘วิทยา’ ควงลูกชาย ลงพื้นที่จันดี หลังตร.รวบแก๊ง​คอลคาโรงแรม ได้ผู้ต้องหาไทย-จีนร่วม 100 คน

31.03.24 | 14:28 น.

‘วิทยา’ ควงลูกชาย ลงพื้นที่จันดี หลังตร.รวบแก๊ง​คอลคาโรงแรม ได้ผู้ต้องหาไทย-จีนร่วม 100 คน เผยตั้งฐานปฏิบัติการมานานกว่า 2 ปี 

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงการเดินทางกลับบ้านด้วยรถไฟจากกรุงเทพฯ ลงที่สถานีรถไฟจันดี เพื่อตรวจเยี่ยมฐานทัพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในต.จันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ด้วยข้อความระบุว่า รับฟังจากญาติ​ๆ และพี่น้อง​ประชาชน​บ่น​เรื่องรถไฟ​สายนคร-กรุงเทพฯ​ เหลือ​วิ่ง​เฉพาะ​รถด่วน​วันละขบวน​เดียว​ รถเร็วหยุด​วิ่ง​ไปตั้งแต่​โควิด ผู้โดยสาร​ประชาชน​จองตั๋วโดยสาร​ยาก​มาก​ จองล่วงหน้า​หลายวันก่อน​เดินทาง​ก็ไม่ได้​ จองใกล้วัน​เดินทาง​ก็เต็ม วันศุกร์ที่ 29​ มีนาคม​ 67 หลังเลิกประชุม​รัฐสภา​ 6​ โมง​เย็น​ ผมจึงเดินทางกลับบ้าน​ที่นครศรี​ฯ ทางรถไฟ​ โดยจองตั๋ว​ล่วงหน้า​ก่อน 3 วันที่รัฐสภา​ มีลูก​ชายพูน​ ร่วมเดินทางกันสองคน

ตั้ง​ใจสองเรื่อง 1.ดูปัญหา​ที่พี่น้อง​ร้องเรียน​ ความสะดวก​ของรถไฟ​ และ 2.ดูสถานที่เรื่องสะเทือนขวัญ​ กรณีการเข้าจับ​กุมแก๊ง​คอลเซ็นเตอร์​ ที่เขตเทศบาล​จันดี​ อำเภอ​ฉวาง​ ได้​ผู้ต้องหา​ไทย-จีน ร่วม 100 คน เป็นการจับกุม​แก๊ง​คอลเซ็นเตอร์​ครั้ง​ประวัติศาสตร์​ของประเทศ​ไทย​ ซึ่งมาตั้ง​ฐาน​ปฏิบัติ​การในพื้นที่​กว่า 2 ปี​

Advertisement

ข่าวว่า​นักการเมือง​ท้องถิ่น​ จับ​มือกับโจรในเครื่องแบบ​ตำรวจ​ ระดับพลตำรวจโท, พลตำรวจเอก​ ไม่ใหญ่จริงเลวจริง​ ทำไม่ได้! แวะดูสถานที่ตั้งแหล่ง​ทำชั่ว​อยู่​กลางชุมชน​ ข่าวว่าได้เงินของกลางร่วม 100 ​ล้านบาท​ จะได้​แค่ไหน​ใคร​ชั่วบ้าง​ ผมจะ​ได้​ยื่นให้กรรมาธิการ(กมธ.)​กฎหมาย​ ยุติธรรม​ และสิทธิ​มนุษยชนสอบข้อเท็จจริง​ให้ปรากฏไม่ใช่ใครขัดแย้ง​กับใครระหว่างเจ้าหน้าที่ราช​การ​ แต่เป็นเรื่อง​ที่คนชั่วในเครื่องแบบต้องถูก​ดำเนินคดี​ตามกฎหมาย​

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศโดยทั่วไปเฉพาะในโลกโซเชียล พบว่ามีการตั้งคำถามทำนองว่าฐานปฎิบัติการมาตั้งที่จันดีได้อย่างไร เมืองเล็กนิดเดียว และเป็นเมืองของคนรวย เมืองแห่งการค้าขายของแพง มีของอร่อย มีสถานที่ท่องเที่ยว มีที่พักไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีน และที่สำคัญข่าวที่ออกมายังไม่พบรายชื่อเจ้าของบ้านพัก เจ้าของโรงแรม ผู้ร่วมลงมือ แม้แต่จับคนจีนหลบหนีมาทำงานให้นายทุนใหญ่จากจีน แล้วคนเหล่านี้จะเข้ามาได้อย่างไรถ้าคนในไม่เปิดโอกาสให้

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นศ. เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ตอนนี้คณะทำงานชุดคลี่คลายคดี ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนจากทุก สภ.ในพื้นที่ ได้ส่งผู้ต้องหาทั้งหมดไปฝากขังที่ ศาลจ.ทุ่งสงแล้ว ที่เหลืออยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามพ.ร.บ.หลบหนีเข้าเมือง, พ.ร.บ.กระทำผิดคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

เมื่อถามว่าจะขยายผลไปถึงผู้บงการหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า ทางเราก็ทำอยู่ ขณะนี้รอผลสืบสวนจาก ตม.และสอท.ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ ส่วนจะสาวถึงผู้บงการอย่างไร ทางเรายังไม่มีข้อมูล เมื่อถามว่า ส่วนที่ถามว่าเบื้องต้นมีนักการเมืองหญิงในพื้นที่เกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ตนยังไม่ทราบและยังไม่มีข้อมูล ต้องรอ ตม.และ สอท.ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจภูธร อำเภอฉวาง และสภ.นาบอน ยังคงมีพนักงานสอบสวนทำงานกันอย่างเต็มกำลังเพื่อรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน โดยผู้สื่อข่าวพยายามถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งได้รับคำตอบว่า “รอให้เรื่องนิ่งกว่านี้ได้หรือไม่ครับ ผมจะสามารถตอบได้ว่าจะเดินในทิศทางใดต่อ”

อย่างไรก็ตามตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ตามร้านน้ำชาชื่อดังในจันดีและนาบอน ไม่มีใครพูดเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์แต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวพยายามถามแต่ทุกคนก็นิ่งและยิ้ม ไม่พูดคุยแต่อย่างใด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
บุกโรงแรม ทลาย 3 แก๊งคอลเมืองคอน ได้ตัวผู้ต้องหา ไทย-จีน-พม่า เกือบร้อย