หนุ่ม-สาวซิ่งเก๋งพุ่งอัดชนท้ายรถพ่วง กระเด็นไปไกลกว่า 200 เมตร สาหัสทั้งคู่

3.02.17 | 09:48 น.

เมื่อเวลา 05.50 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ จ.กาญจนบุรี ร.ต.อ.ณรงค์ ขำสุข ร้อยเวรสอบสวน สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งพุ่งชนท้ายรถพ่วงบริเวณถนนแสงชูโต บริเวณหน้าโรงเรียนโชตินันต์ (เก่า) หมู่ 2 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ประจำจังหวัดกาญจนบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 151-152 ถนนแสงชูโต (ขาออก) จากตัวเมืองกาญจนบุรี มุ่งหน้าเข้าอำเภอท่าม่วง พบเศษซากของรถยนต์เก๋งกระจายเกลื่อนถนนเป็นระยะทางยาวกว่า 200 เมตร และข้างทางพบรถบรรทุกพ่วงยี่ห้อฮีโน่ สีขาว-เขียว ส่วนหัว หมายเลขทะเบียน 81-3549 ราชบุรี ส่วนพ่วง หมายเลขทะเบียน 81-7384 ราชบุรี โดยมีนายสมชาย ผิวเกลี้ยง อายุ 57 ปี เป็นคนขับรถบรรทุกพ่วงรออยู่ในที่เกิดเหตุ ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร พบรถยนต์เก๋งมาสด้าสีแดง หมายเลขทะเบียน กน 9013 ราชบุรี อัดกับกำแพงบ้านชาวบ้านและต้นไม้ขนาดใหญ่ริมทางสภาพพังยับเยิน เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯต้องช่วยกันงัดร่างผู้บาดเจ็บเป็นหญิง 1 ราย ชาย 1 ราย เบื้องต้นคาดน่าจะเป็นแฟนกันซึ่งถูกอัดติดอยู่ภายในซากรถเก๋งออกมา ต้องใช้เวลานานพอสมควร จากนั้นได้เร่งนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 ทั้ง 2 อาการสาหัส แขน ขาหัก และยังไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นคนขับ เนื่องจากทั้ง 2 รายกระเด็นไปรวมกันอยู่ที่เบาะหลังของรถ

201702030915485-20021028190336

นายสมชาย ผิวเกลี้ยง คนขับรถบรรทุกพ่วง ให้การเบื้องต้นว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ไปบรรทุกทรายออกมาจากท่าทรายในเขตจังหวัดกาญจนบุรี และกำลังมุ่งหน้าไปอำเภอบ้านโป่ง จ.ราชบุรี จากนั้นได้ยินเสียงยางระเบิด แต่ไม่ทราบว่ารถของตนถูกชน จนกระทั่งเห็นรถยนต์เก๋งคู่กรณีพุ่งตัดหน้าไปชนกับกำแพงบ้านชาวบ้านและต้นไม้ขนาดใหญ่ริมทางดังกล่าว จึงจอดรถลงไปดูพบเศษของรถยนต์เก๋งกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นถนน และพบว่าส่วนท้ายพ่วงถูกชนจนยางระเบิด โดยความแรงที่ถูกชนทำให้ล้อติดกับตัวพ่วงจนไม่สามารถขยับรถได้

จากการตรวจสอบพบว่าในตัวของผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 รายไม่พบหลักฐานใดๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังประสานไปยังฝ่ายทะเบียนรถของรถยนต์เก๋งคันเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นรถของใคร และทั้ง 2 เป็นเจ้าของหรือไม่ต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานในเบื้องต้นว่ารถยนต์เก๋งน่าจะขับด้วยความเร็วแล้วเกิดหลับในทำให้พุ่งไปชนท้ายรถบรรทุกพ่วงอย่างจังจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จะต้องรอสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 รายและผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จากแพทย์ก่อน เนื่องจากขณะนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสไม่สามารถให้รายละเอียดใดๆ ได้ จึงยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้

Advertisement