ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการ CIB breaks up online scam syndicate ทลายแก๊งหลอกเหยื่อลงทุนหุ้นต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 1 เมษายน ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ.
ได้ร่วมกันจับกุม MS.Alanya อายุ 40 ปี สัญชาติลาว ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ผู้ใดมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบตามมาตรา 269/5 ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 269/6 โดยจับกุมได้ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี
พร้อมของกลาง ดังนี้
1.โทรศัพท์ พร้อมสมุดบัญชีธนาคารและบัตรกดเงินสดอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 43 ชุด
2.โทรศัพท์มือถือจำนวน 66 เครื่อง
3.สมุดบัญชีธนาคารจำนวน 7 เล่ม
4.บัตรกดเงินสดอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 28 ใบ
5.ซิมการ์ดจำนวน 458 อัน
6.โน้ตบุ๊กจำนวน 1 เครื่อง
7.สมุดบัญชีธนาคาร (ประเทศลาว) จำนวน 1 เล่ม
8.เครื่องขุดบิตคอยน์จำนวน 4 ริกเตอร์
9.อุปกรณ์ต่อเครื่องขุดบิตคอยน์จำนวน 2 ชิ้น

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากการปฏิบัติการ “CIB breaks up online scam syndicate ปฏิบัติการสกัดภัยอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ” เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสอบปากคำ MR.CHEONG สัญชาติมาเลเซีย อายุ 43 ปี จนทราบว่าได้จัดส่งบัญชีม้าผ่านบริการจัดส่งพัสดุ ไปยังสถานที่จำนวน 2 สถานที่ ได้แก่ ประเทศมาเลเซียและภายในประเทศไทยผ่านบริการขนส่งพัสดุไปยัง MS.ALANYA โดยระบุที่อยู่เป็นบ้านพักในพื้นที่ ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย นนทบุรี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสืบสวนทางลึก ปรากฏข้อมูลว่า MS.ALANYA มีการทำธุรกรรมผ่านแอพพลิเคชั่นธนาคาร ในบริเวณบ้านพักหลังดังกล่าว จำนวนหลายรายการ อีกทั้งยังพบบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นๆ ที่ทำธุรกรรมผ่านแอพพลิเคชั่นธนาคารในสถานที่เดียวกันอีกหลายบัญชี ซึ่งแต่ละบัญชีมีการทำธุรกรรมกับบัญชีผู้ต้องหาอีกด้วย แสดงให้เห็นว่าบุคคลดังกล่าว มีบทบาทสำคัญในการดำเนินการของเครือข่ายขบวนการนี้ โดยเฉพาะในการจัดการหรือการรับบัญชีม้าที่มีการใช้งานบัญชีหลายบัญชี ในลักษณะที่เก็บบัญชีม้าสำหรับการฉ้อโกงหรือฟอกเงินในคดี
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. และทำการสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมกระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า เป็นผู้ดูแลบ้านหลังดังกล่าว และอ้างว่ามี นายอาเหยา สัญชาติจีน-มาเลเซีย ทำหน้าที่ประสานลูกค้าคนจีนที่มาเช่าระบบ มอบหมายหน้าที่ให้ผู้ต้องหาเพื่อทำเกี่ยวกับระบบฝาก-ถอนอัตโนมัติ โดยจะจัดส่งโทรศัพท์มือถือ
บัญชีธนาคาร บัตรกดเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ และซิมโทรศัพท์มาให้ เพื่อให้ผู้ต้องหามีหน้าที่นำโทรศัพท์มือถือ บัญชีธนาคาร และซิมการ์ดโทรศัพท์ มาลงทะเบียน เชื่อมกับระบบฝาก-ถอนอัตโนมัติของเว็บพนันและรับค่าจ้างจาก นายคิว เป็นรายเดือน เดือนละ 10,000 บาท และรับเงินจากนายอาเหยา เดือนละ 20,000 บาท
ตำรวจสอบสวนกลาง ขอเตือนภัย ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนที่สนใจลงทุนในหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับบริษัทต่างประเทศ ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ท่านอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัว หากต้องการลงทุนแนะนำให้เลือกลงทุนกับบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องเท่านั้น เพื่อป้องกันมิให้ถูกหลอกลวงและเกิดความเสียหาย จากผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาต และกลุ่มมิจฉาชีพ โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจ ที่ได้รับอนุญาตได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์


