‘พิพัฒน์’ เผยพรุ่งนี้ยื่น ครม.ขึ้นค่าจ้าง 400 บาท 10 พื้นที่/จว. ลั่น! มิติใหม่ปรับขึ้นมากกว่าปีละ 1 ครั้ง
เมื่อวันที่ 1 เมษายน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2567 ระหว่างปฏิบัติราชการที่ศูนย์การค้าวัสดุก่อสร้างดูโฮม สาขาปทุมธานี ว่า ตามที่คณะกรรมการค่าจ้าง ชุดที่ 22 (ไตรภาคี) ประกอบด้วยฝ่ายราชการ ฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายลูกจ้าง มีมติร่วมกันในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำครั้งที่ 2 ประจำปี 2567 นำร่องในบางพื้นที่รวม 10 จังหวัด ในกิจการโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป ซึ่งทำให้มีการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำที่มากกว่า 400 บาทต่อวันนั้น ตนขอยืนยันว่า มติดังกล่าวเป็นการหารือร่วมกันของไตรภาคี โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไม่ได้มีส่วนในการเสนอข้อคิดเห็นในที่ประชุม เพียงแต่หารือร่วมกับฝ่ายราชการว่ากิจการใด ในพื้นที่ใดมีความเหมาะสมในการปรับขึ้นค่าจ้าง ก็ขอให้ทางอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดไปศึกษาความเป็นไปได้ แล้วนำมาหารือกันอีกครั้งในที่ประชุมไตรภาคี
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ทั้งนี้ ตนจะนำมติดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (2 เมษายน 2567) จากนั้นก็จะมีการประกาศบังคับใช้ให้ทันวันที่ 13 เมษายนนี้ ตามที่ได้วางกรอบเวลาไว้
“หลังจากนำร่องใน 10 จังหวัดแล้ว ก็จะต้องมีการศึกษาข้อมูลและดูต่อว่ามีอาชีพอะไรที่ควรปรับเพิ่มได้ในปีนี้ ซึ่งในมิติใหม่ที่ผมได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้มาดูแลกระทรวงแรงงาน เราจะไม่ใช้ข้อมูลเดิมๆ ในการประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำปีละ 1 หน ผมคิดว่า ในแต่ละปี เศรษฐกิจของเราตลอดปีไม่นิ่ง ต้นปีอาจไม่ดี แต่ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งต้องไปดูว่าหลังจากนั้นมีกิจการใดที่มีความเติบโต และอยู่ในจังหวัดใดบ้าง ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดไปศึกษา แล้วนำส่งเข้าสู่คณะกรรมการชุดใหญ่ ดังนั้น มิติใหม่ เราไม่จำเป็นต้องประกาศค่าจ้างขั้นต่ำปีละ 1 ครั้ง เราควรประกาศได้มากกว่านั้น เชื่อว่าก่อนจะถึงสิ้นปีปฏิทิน จะสามารถประกาศค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท ในสาขาอาชีพอื่นๆ ได้เพิ่มเติม” นายพิพัฒน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีลูกจ้างในอาชีพอื่นๆ จังหวัดอื่นๆ วิพากษ์วิจารณ์การปรับค่าจ้างเฉพาะบางพื้นที่ บางอาชีพ นายพิพัฒน์กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าจ้าง ต้องดูความพร้อมของผู้ประกอบการ โดยจากการศึกษาชี้ชัดว่า ยังไม่สามารถปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาททั้งจังหวัดได้ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่มีอัตราการถือครองแรงงานมากถึงร้อยละ 80 เป็นอย่างน้อย หรือราว 3-5 ล้านคน การปรับขึ้นค่าจ้างก็จะเกิดความเสี่ยงในการเดินหน้าต่อไปไม่ได้ อาจทำให้เกิดการเลิกจ้างงาน ซึ่งกระทรวงแรงงานต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากการประกาศขึ้นค่าจ้างทำให้สถานประกอบการต้องปิดกิจการ ดังนั้น กระทรวงแรงงานจึงต้องพิจารณาเรื่องนี้เป็นสำคัญ
เมื่อถามต่อไปว่า แนวคิดในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมากกว่า 1 ครั้ง ใน 1 ปี มีแนวทางผลักดันให้สำเร็จอย่างไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องหารือกับคณะกรรมการไตรภาคี โดยคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดต้องทำงานมากขึ้น จากเดิมที่ทำงานปีละ 1 ครั้ง ต่อไปก็ต้องทำงานทั้งปี แต่เชื่อว่าคณะอนุกรรมการยินดีที่จะทำ

