‘ทนายตั้ม’ แจ้งความดำเนินคดี เพจพระจันทร์ลายกระต่าย V2 และ V3 หลังลงคลิปเสียง กล่าวหากักขังหน่วงเหนี่ยว ‘ณัฐพงศ์’ หนึ่งใน 2 บัญชีม้า ที่ถูกแจ้งความร่วมกับ ผบ.ตร.และภรรยา
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 เมษายน ที่ สน.เตาปูน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อเพจพระจันทร์ลายกระต่าย V2 และ V3 ในความผิดนำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ในการปลอมแปลงคลิปเสียงบุคคลที่อ้างว่าเป็น นายณัฐพงศ์ นาโสม หนึ่งใน 2 บัญชีม้า ที่ได้แจ้งความดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน พร้อมกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และภรรยา ไปเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา
นายษิทรากล่าวว่า วันนี้ตนมาดำเนินคดีกับเพจพระจันทร์ลายกระต่าย V2 และ V3 ซึ่งเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ทางเพจเอาคลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นหนึ่งใน 2 บัญชีม้าชื่อ นายณัฐพงศ์ ที่ตนได้มีการแจ้งความไปเมื่อวาน (1 เม.ย.) มากล่าวหาว่าตนนั้นได้มีการนำนายณัฐพงศ์ไปกักขังอยู่ที่เซฟเฮาส์ของตน ซึ่งตนไม่มีเซฟเฮาส์และตนไม่ได้รู้จักกับนายณัฐพงศ์มาก่อน ซึ่งการออกมาพาดพิงถึงตนเช่นนี้นั้นทำให้ตนเสียหาย วันนี้เลยมาดำเนินคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
นายษิทรายังยืนยันว่า นายณัฐพงศ์ เป็นญาติกับ ด.ต.อภิชาต สุวรรณเพ็ชร กก.1 สอท.2 (ดาบยาว) ซึ่งเป็นฝั่งที่ถูกตนเองดำเนินคดี และถ้าหากว่าตนไปนำตัวนายณัฐพงศ์มากักขังตั้งแต่เดือน ต.ค.2566 ตามเสียงที่กล่าวอยู่ในคลิปจริง แบบนั้นตนก็มีความผิดในฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว และฝากถึงคนที่มีคลิปและจะมาแถลงข่าวในช่วงบ่ายวันนี้ที่ สน.เตาปูนพร้อมทนายความชื่อดังคนหนึ่งว่า ให้ดำเนินคดีตนเลยว่าตนกักขังหน่วงเหนี่ยวนายณัฐพงศ์ ไม่ใช่ประมาณกล่าวหาลอยๆ เช่นนี้ และฝากสื่อถามด้วยว่าคลิปเสียงดังกล่าวใช่นายณัฐพงศ์จริงหรือไม่
นอกจากนี้ ตนยังได้มีโอกาสพูดคุยกับคนทำงานกับนายณัฐพงศ์ ซึ่งยืนยันว่า เสียงในคลิปไม่ใช่เสียงของนายณัฐพงศ์ พร้อมเชิญสื่อมวลชนให้ไปตรวจสอบที่บ้านของนายณัฐพงศ์และพ่อแม่ของนายณัฐพงศ์ได้เลยว่า นายณัฐพงศ์เคยหายไปจากบ้านหรือไม่
นายษิทรายังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ทั้งเพจพระจันทร์ลายกระต่าย V2 และ V3 ดังกล่าว เป็นเพจตำรวจที่ต้องการดิสเครดิตตนเอง ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่า มีบิ๊กตำรวจใหญ่อยู่เบื้องหลังหรือไม่ ตนเองทราบเพียงว่า คลิปเสียงดังกล่าวยังนำไปลงในเพจของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม อีกด้วย จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นขบวนการเดียวกันทั้งหมด
ส่วนคลิปเสียงแฉเรื่องส่วยคาราโอเกะที่ตนได้ลงไปก่อนหน้านี้นั้น ถ้าหากว่ามีคนไม่เชื่อว่าเป็นคลิปเสียงจริงๆ หรือเชื่อว่าเป็นคลิปเสียงที่ทำขึ้น ก็มาแจ้งความจับตนเองได้เลย

