ตร. ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์-พนันออนไลน์ ลอบลากสายอินเตอร์เน็ตมุดดินข้ามแดน

2.04.24 | 11:59 น.

ตร. ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ – พนันออนไลน์ ลอบลากสายอินเตอร์เน็ตมุดดินข้ามแดน


เมื่อวันที่ 1 เมษายน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่สอบสวนกลาง (CIB) เข้ายึดของกลาง (ตามบัญชีสิ่งของตรวจยึดแนบท้าย) ร่วมตรวจค้นสถานที่ดังนี้

1. อาคารไม่มีเลขที่ ในพื้นที่ หมู่ 7 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

2. บริษัทให้บริการเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ

Advertisement

พฤติการณ์ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ศูนย์ AOC กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทำการปราบปรามการกระทำความผิดออนไลน์เชิงรุก เป็นที่มาให้ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้ตั้งชุดสายตรวจออนไลน์ เพื่อติดตามและตรวจสอบเว็บไซต์ผิดกฎหมาย จากการสืบสวนพบเว็บไซต์กระทำความผิดทางออนไลน์ ที่มีการใช้บริการอินเตอร์เน็ต อยู่ในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ล่าสุด วันที่ 1 เมษายน เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงได้สนธิกำลังบูรณาการกับ ภ.จว.สระแก้ว, เจ้าหน้าที่ กสทช. และกองกำลังบูรพา นำหมายค้นจากศาลอาญมีนบุรีและศาลจังหวัดสระแก้ว เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 2 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและ จ.สระแก้ว

จุดแรก เป็นอาคารสำนักงานขายคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งที่ไม่ได้มีการก่อสร้าง ลักษณะเป็นอาคารร้าง อยู่ในพื้นที่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าสถานที่แห่งนี้มีการใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ต ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการพนันออนไลน์ โดยมีบริษัทเอกชนรายหนึ่งเป็นผู้ขอใช้บริการติดตั้งอินเตอร์เน็ต

ภายในอาคารดังกล่าว ซึ่งเป็นสายอินเตอร์เน็ต แบบ leased line ความเร็วสูง (1000mbps/200mbps) ซึ่งมากกว่าการใช้อินเตอร์เน็ตตามบ้านเรือนทั่วไป อย่างผิดสังเกต นอกจากนี้ยังพบว่ามีการลักลอบฝังสายสัญญาณอินเตอร์เน็ตใต้ดิน ลากผ่านที่ดินของบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งที่อยู่บริเวณด้านหลังอาคารร้างดังกล่าว เป็นระยะทางกว่า 700 เมตร ก่อนจะข้ามแดนไปยังประเทศกัมพูชา

พบอีกว่า มีการขอใช้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ในลักษณะเดียวกัน ติดตั้งยังอาคารดังกล่าว รวมทั้งหมด 6 วงจร ตรวจสอบพบหมายเลข IP ที่เปิดให้บริการกว่า 384 หมายเลขมีชื่อผู้ขอใช้บริการอินเตอร์เน็ต จำนวน 4 ราย แต่พบว่าผู้ชำระค่าบริการรายเดือน กลับเป็นบุคคลคนเดียวกัน

ทั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนรถขุดดินจากกองกำลังบูรพาฯ เพื่อหาแนววางสายสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ฝังอยู่ใต้ดิน และลากผ่านไปประเทศกัมพูชา ระหว่างการตรวจค้นอยู่นั้น เจ้าหน้าที่พบว่าสายอินเตอร์เน็ตมีร่องรอยถูกตัดจำนวน 3 เส้น จึงทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าค้นอาคารดังกล่าวไม่ถึง 1 ชม. ปรากฏภาพชาย 2 คน เข้ามาทำการตัดสายอินเตอร์เน็ตดังกล่าว จึงได้ติดตามตัวชายทั้ง 2 คนมาสอบถาม ได้ความว่ารับคำสั่งจาก “นาย ป.” เจ้านายให้มาตัดสายดังกล่าว

​ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีกชุด เข้าตรวจสอบบริษัทให้บริการเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ หลังพบว่าเป็นบริษัทที่มีชื่อขอใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตภายในอาคารร้าง ที่ จ.สระแก้ว พบตัว “นาย ก.” เป็นกรรมการบริษัท และเป็นผู้ชำระค่าบริการอินเตอร์เน็ตภายในอาคารร้าง

จากการตรวจค้นพบเอกสารเกี่ยวกับการเช่าใช้บริการอินเตอร์เน็ตที่อาคารร้างดังกล่าว และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง รวม 9 รายการ จากการสอบถาม “นาย ก.” รับว่าเป็นผู้ขอใช้อินเตอร์เน็ตและติดตั้งสายสัญญาณด้วยตนเอง รับว่าจ้างมาจาก “นาย ป.” เป็นรายเดือน เดือนละ 300,000 บาท เป็นเวลาเกือบ 2 ปี

ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าว เป็นความผิดตามมาตรา 67 (1) พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ฐานประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะขยายผลไปถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป