สืบสวน บก.ตม.1 สนธิกำลังหลายหน่วยเปิดปฏิบัติการฟ้าสางที่มีนบุรีป้องกันต่างด้าวรวมตัวตั้งแก๊งสงกรานต์

2.04.24 | 13:58 น.

เมื่อวันที่ 2 เมษายน พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 สั่งการ พ.ต.อ.กาจภณ ปฐมัง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 นำกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กก.สืบสวน บก.ตม.1 สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และ กอ.รมน.กทม. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการตรวจสอบตามจุดเป้าหมาย ช่วงแยกเจริญพัฒนาถึงตลาดกลางซอยเจริญพัฒนา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. หลังรับการร้องเรียนและประชาชนแจ้งเบาะแสว่ามีกลุ่มแรงงานข้ามชาติจำนวนมากใช้เป็นที่พักอาศัยและรอรับการว่าจ้างให้ใช้แรงงานในกิจการก่อสร้างแบบรายวัน ระหว่างตรวจสอบกลุ่มคนต่างด้าว ทั้งกลุ่มที่เป็นแรงงานผิดกฎหมาย และกลุ่มที่มีเอกสารถูกต้อง ต่างตกใจแตกฮือวิ่งหลบหนี บางส่วนวิ่งไปหลบซ่อนตัวตามป่ารกข้างทาง กำลังเจ้าหน้าที่จึงกระจายไล่ติดตามควบคุมบุคคลต่างด้าว 23 คนมาตรวจสอบเป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา 22 คน สัญชาติลาว 1 คน แบ่งเป็นความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย” 16 คน และ ความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” 7 คน ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป


พ.ต.อ.กาจภณกล่าวว่า การปฏิบัติการดังกล่าว พล.ต.ต.ประสาธน์ รับการประสานโดย พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. รับนโยบาย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรม โดยเฉพาะความผิดที่เกี่ยวกับคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นความรับผิดชอบหลักของ สตม. โดยสั่งการและกำชับให้เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบบังคับใช้กฎหมาย โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบงานสืบสวน เน้นการบูรณาการกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหลังจากเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา บก.ตม.1 ปล่อยแถวเพื่อระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่บริเวณถนนข้าวสาร และสั่งการให้ดำเนินการตามนโยบาย ผบช.สตม.ในการ X-RAY พื้นที่เสี่ยง

พ.ต.อ.กาจภณกล่าวอีกว่า ขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนทุกท่านทราบว่า บุคคลต่างด้าวทุกสัญชาติที่เข้ามาในราชอาณาจักร นอกจากจะต้องเข้ามาตามช่องทางอนุญาตตามกฎหมายและได้รับการตรวจลงตราโดยถูกต้องแล้ว ยังมีหน้าที่ที่จะต้องแจ้งที่พักอาศัยต่อเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และหากประสงค์จะทำงานในประเทศไทยจะต้องดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตทำงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยนายจ้างที่รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตจะมีความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 มีโทษปรับสูงสุดถึง 100,000 บาท ในส่วนของเจ้าของบ้านหรือผู้ครอบครองเคหสถานยังมีหน้าที่ในการแจ้งต่อ สตม. เมื่อมีบุคคลต่างด้าวเข้ามาพักอาศัยในสถานที่ที่อยู่ในความดูแลของตน ซึ่ง สตม.จะมีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามคนต่างด้าวที่เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ทั้งนี้ หากผู้ใดให้ที่พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ให้ผู้กระทำความผิดพ้นจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ จะมีความผิดตามมาตรา 64 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแส การกระทำความผิดโทรศัพท์แจ้ง 1178