2 นักวิจัยโลกผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สักการะพระบรมศพในหลวง ร.9

3.02.17 | 13:36 น.

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล เป็นวันที่ 58 อาทิ มหาวิทยาลัยสยาม, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, สมาคมเพื่อสวนสัตว์ไทย, มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย, มูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์-ฟื้นฟูปะการังและชายหาด, สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน, คณะนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่16, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร, คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลและมูลนิธิรามาธิบดีฯ, โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ฯลฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพ

S__557094

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า เซอร์เกรกอรี พอล วินเทอร์ คณบดีวิทยาลัยทรินิตี มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร ผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สาขาการแพทย์ ประจำปี 2559 และศาสตราจารย์ นายแพทย์ วลาดีเมียร์ ฮาชินสกี ศาสตราจารย์พิศิษฐ์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สาขาการสาธารณสุข ได้เข้าแสดงความอาลัย เบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้นลงนามในสมุดหลวงแสดงความอาลัย หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ ห้องแดง ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง

S__557092

เวลา 10.00 น. นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และประเคนภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์

Advertisement

สำนักพระราชวังแจ้งสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ หลังปิดการขึ้นกราบถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.10 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 28,087 คน รวม 92 วัน มี 3,993,299 คน

S__557111

S__557108

S__557106

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 93 ประชาชนจากทั่วประเทศแต่งกายชุดดำสุภาพ มาต่อแถวรอกราบถวายสักการะไม่ขาดสาย โดยสำนักพระราชวังเปิดประตูวิเศษไชยศรีให้ประชาชนเข้าตั้งแต่เวลา 04.45 น. จากเปิดปกติเวลา 08.00 น.

นายนริศ สุวรรณแสน อายุ 60 ปี ชาวจ.นครราชสีมา อาชีพค้าขาย เดินทางพร้อมภรรยาและลูกชาย นางมณี และ นายศุภนัฐ สุวรรณแสน กล่าวว่า ตั้งใจอยากมากราบพระบรมศพนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาส บวกกับได้ดูข่าวจากทีวีว่าต้องใช้เวลานานมาก จึงกังวลใจ ครั้นจะชวนญาติมากันหลายๆ คน ก็กลัวว่าจะทำให้เขาเสียเวลา วันนี้เพราะต้องมาทำธุระที่กรุงเทพฯ เลยถือโอกาสนี้เข้ามากราบสักการะพระบรมศพ ทำให้รู้ว่าใช้เวลาไม่นานเลย ยิ่งพอได้เหยียบประตูวังแล้วรู้สึกตื้นตันใจมาก ในใจได้แต่คิดว่า พระองค์ทรงลำบากเพื่อคนไทยมา 70 ปี เราจะลำบากเพื่อพระองค์แค่วันเดียวเดียวไม่ได้เชียวหรือ จึงตั้งใจว่าหลังจากนี้จะหาโอกาสกลับมาอีกแน่นอน

“ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแบบอย่างของความดี เป็นผู้เสียสละเพื่อประชาชน ทรงยอดเยี่ยมมากๆ ไม่เคยเห็นว่าพระองค์ทรงโกรธเกลียดใครเลย อีกทั้งยังทรงเป็นอัจฉริยะในทุกๆ ด้าน การได้มาถวายสักการะพระบรมศพในครั้งนี้มากกว่าความตื่นเต้น คือความตื้นตันใจในฐานะประชาชนคนไทยใต้พระบรมโพธิสมภาร ก็อยากถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์” นายนริศ กล่าว

ครอบครัวสุวรรณแสน
ครอบครัวสุวรรณแสน

ด้านนายศุภนัฐ สุวรรณแสน อายุ 18 ปี ชั้นปี 1 คณะนิเทศศิลป์ ม.ราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า แม้ว่าจะไม่เคยมีโอกาสได้เฝ้าฯ รับเสด็จ แต่ก็ได้รับรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ทรงทำไว้มากมาย จากข่าวสารทางโทรทัศน์บ้าง จากกิจกรรมที่โรงเรียนบ้าง โดยส่วนตัวมีความประทับใจต่อพระองค์ในข้อที่ทรงคิดค้นวิธีสู้กับธรรมชาติเพื่อช่วยเหลือประชาชนคนไทย เช่น ฝนไม่มีก็ทรงทำให้มีฝน น้ำไม่มีก็ทรงทำให้ประชาชนมีน้ำใช้ วันนี้จึงรู้สึกดีที่ได้มากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

วันดีและน้องสาว
วันดีและน้องสาว

นางวันดี เพ็ชร์รัตน์ อายุ 31 ปี อาชีพพนักงานโรงงาน ชาว ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง กล่าวว่า ตนเดินทางมาพร้อมกับน้องสาว คือ น.ส.สุภัคษา งามภักตร์ และชาวบ้านจากเทศบาล ต.บ้านค่ายพัฒนา จำนวน 2 รถบัส โดยออกเดินทางจาก จ.ระยอง ช่วง 3 ทุ่ม มาถึงท้องสนามหลวงเวลา 24.30 น. และได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพเสร็จก่อนเวลา 06.00 น. รู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสเดินทางมา และพึ่งจะมาเป็นครั้งแรกอยากเดินทางมานานแล้ว แต่เนื่องจากลูกอายุได้เพียง 1 ปี 10 เดือน และก่อนนี้ลาหยุดงานไม่ได้ วันนี้ให้สามีเลี้ยงลูกโดยจะผลัดกันเดินทางมา โดยตนได้ขอลาหยุดงาน 1 วัน ส่วนน้องสาวก็พึ่งเดินทางมาเป็นครั้งแรกเช่นกัน เนื่องจากช่วงก่อนปีใหม่และหลังปีใหม่ไม่สามารถลาหยุดงานได้ วันนี้จึงขอลาหยุดงานเพื่อเดินทางมากราบในหลวง ร.9 พร้อมกัน

นางวันดี กล่าวต่อว่า เกิดมาก็เห็นในหลวง ร.9 พระองค์ทรงงานหนักคอยช่วยเหลือราษฎรที่อยู่ในพื้นที่ลำบาก เห็นแล้วก็ซาบซึ้งใจรู้สึกรักพระองค์ โดยที่ไม่มีใครบอกว่าต้องรักพระองค์ ที่ผ่านมาก็ได้น้อมนำคำสอนของพระองค์มาใช้ในการดำเนินชีวิตของเราให้ดีทีสุด เช่น ในด้านการทำงานก็ต้องมีความรับผิดชอบปฏิบัติตามกฏระเบียบ มีความขยันอดทน และกตัญญูต่อพ่อแม่ รวมถึงใช้จ่ายอย่างประหยัด มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้มาก ส่วนหนึ่งก็เก็บออม รวมถึงปลูกผักผลไม้ไว้กินเองเพื่อลดค่าใช้จ่ายภายในบ้าน