วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของศูนย์เมขลา กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ว่า คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเห็นชอบให้กรมทรัพยากรน้ำเป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการจัดตั้งศูนย์เมขลา เป็นศูนย์ข้อมูลน้ำแห่งชาติ และให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติงานไปในทิศทางเดียวกัน จากนี้ข้อมูลจะมีความรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ และเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งต้องดูให้ครอบคลุมทั้ง 25 ลุ่มน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ วิธีการบริหารจัดการการกักเก็บน้ำ การกระจายน้ำ การติดตามเหตุการณ์น้ำท่วมและแก้ปัญหาภัยแล้ง ขณะนี้รัฐบาลได้ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี เพราะน้ำคือชีวิตมีคุณค่าทุกหยด
“ในแต่ละพื้นที่มีศักยภาพการบริหารจัดการน้ำไม่เหมือนกัน ภาครัฐต้องดูแลชาวบ้านและเกษตรกร เช่น เรื่องการเพาะปลูก การทำไร่ทำนา และขยายผลต่อในภาคธุรกิจอุตสาหกรรม รวมทั้งผังเมืองที่กีดทางน้ำก็ต้องปรับเปลี่ยน ส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาก็พอเข้าใจ เพราะประชาชนมีจำนวนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศต้องไม่มีความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำอีก ทุกหน่วยงานต้องเชื่อมโยงกันบูรณาการให้เกิดความสำเร็จ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ด้านนายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า กรมทรัพยากรน้ำมีศูนย์เมขลาเป็นศูนย์ข้อมูลน้ำแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการเฝ้าระวังและเตือนภัยที่เกิดจากน้ำ และรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยจะพัฒนาระบบแผนที่จีไอเอส ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและสนับสนุนการตัดสินใจ ที่สำคัญคือการขับเคลื่อนไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยพัฒนาระบบเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นเอกภาพ ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก และรัฐบาลสามารถมีทางเลือกในการตัดสิน สั่งการแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที
“ศูนย์เมขลามีอยู่ในปัจจุบันสามารถพัฒนาเป็นศูนย์ข้อมูลน้ำแห่งชาติได้ทันที โดยเชื่อมโยงข้อมูลจาก 35 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีแบบจำลองของลุ่มน้ำยมภายในเดือนมิถุนายนนี้ และมีการปรับปรุงโครงสร้างและระบบในส่วนต่างๆ และขยายผลให้มีแบบจำลองสนับสนุนการตัดสินใจครบทั้ง 25 ลุ่มน้ำภายในพฤษภาคม 2561 เพื่อให้มีข้อมูลและระบบตัดสินใจที่เป็นเอกภาพสำหรับการจัดการน้ำของประเทศครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่ น้ำท่วม จัดสรรน้ำ ติดตามคุณภาพน้ำ ภัยพิบัติ และพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน” นายวรศาสน์กล่าว

