หนิง-วุ้นเส้น ลั่น ขอตามถึงต้นตอ หลัง ตร.จับมือดีตัดต่อภาพแอบขายสินค้า เสียหายหลายล้าน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 เมษายน ที่กองบังคับการตำรวจสืบสานสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พ.ต.อ.ปรีดา คงจัด รอง ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.กฤติน ตปสิโล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 พร้อมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย ภก.วีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการ อย. ตรวจค้น 2 จุด ตรวจยึดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง รวมทั้งสิ้น 4,491 ชิ้น มูลค่ากว่าล้านบาท
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 มี.ค.67 น.ส.วิริฒิพา ภักดีประสงค์ หรือ วุ้นเส้น น.ส.ปณิตา พัฒนาหิรัญ หรือหนิง พร้อมทีมผู้บริหาร เซวา ไทยแลนด์ เข้าแจ้งความ ดำเนินคดีกับผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ jihikiyo-7 ที่นำรูปภาพคลิปวิดีโอของทั้ง 2 คนไปใช้ ในข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตัดต่อ บิดเบือนข้อเท็จจริง ในการโฆษณาสินค้าและผลิตภัณฑ์ ซึ่งคือผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง BROLAMEN
จากการสืบสวนร้านค้าออนไลน์ที่มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผิดกฎหมาย (BROLAMEN) ทางสื่อออนไลน์ จนทราบว่าร้านค้าออนไลน์ (ขอสงวนชื่อ) มีพฤติการณ์จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผิดกฎหมายดังกล่าวทางสื่อออนไลน์ จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นต่อศาลแขวงสมุทรปราการ เพื่อทำการตรวจค้น ณ สถานที่ซุกซ่อนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผิดกฎหมายของ ร้านค้าออนไลน์ดังกล่าว ซึ่งมีไว้เพื่อจำหน่ายทางสื่อออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจค้นและกำลังเจ้าหน้าที่ อย. ได้ร่วมกันทำการตรวจค้นตามหมายค้นศาลแขวงสมุทรปราการ ที่ 14/2567 ลงวันที่ 1 เม.ย. 67 ณ คลังสหไทย เลขที่ 88/73 หมู่ 32 ซอยที่ดินไทย ถนนเทพารักษ์ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

จากการตรวจค้นพบของกลางผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผิดกฎหมาย (BROLAMEN) และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผิดกฎหมายชนิดอื่นอีกเป็นจำนวนมาก จึงทำการยึดของกลางทั้งหมด เพื่อเป็นพยานหลักฐานแจ้งข้อกล่าวหาแก่เจ้าของร้านค้าออนไลน์ (ขอสงวนชื่อ) และเจ้าของร้านค้าออนไลน์ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป โดยหากสืบพบเจ้าของร้านค้าออนไลน์ที่แท้จริง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง ขายเครื่องสำอางที่ไม่ได้จดแจ้ง” ระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย” ระวางจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ภก.วีระชัยกล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาขอ ขอบคุณตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกันตรวจค้นโกดัง จากการได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย ซึ่งเป็นดารากรณีถูกนำคลิปวิดีโอแนะนำเครื่องสำอางชื่อการค้า SEWA ไปตัดต่อภาพ ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบแล้ว พบการฝ่าฝืนกฎหมาย ได้แก่ เครื่องสำอาง ที่ฉลากไม่แสดงเลขที่ใบรับจดแจ้งหรือแสดงเลขที่ใบรับจดแจ้งและไม่แสดงฉลากเป็นภาษาไทย จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนว่าผลิตภัณฑ์สุขภาพ ล้วนต้องได้รับอนุญาตจาก อย. ก่อนผลิต นำเข้า และจำหน่าย ควรซื้อจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งแน่นอน
กรณีซื้อออนไลน์ให้ซื้อจากร้านค้าออนไลน์ที่มีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว สำหรับยา และผลิตภัณฑ์สมุนไพรไม่สามารถซื้อทางออนไลน์ได้ ต้องซื้อจากร้านยาหรือได้รับการตรวจวินิจฉัยและจ่ายจากแพทย์ในสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชนเท่านั้น เว้นแต่เป็นยาสามัญประจำบ้าน

พ.ต.อ.ปรีดากล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่มีเจ้าของร้านค้าออนไลน์รายใดแสดงตนว่าเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผิดกฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเร่งทำการรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อส่งมอบให้แก่พนักงานสอบสวน สภ.บางพลี เพื่อออกหมายเรียกเจ้าของร้านค้าออนไลน์ต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวของทั้งหมด มารับทราบข้อกล่าวหา ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี และจะเร่งขยายผลทำการจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผิดกฎหมายดังกล่าว ในรายอื่นๆ ต่อไป
น.ส.ปณิตากล่าวว่า ในแต่ละขั้นตอนของการทำแบรนด์ มีความซับซ้อนและยากมากที่นำออกมาจำหน่าย ทางแบรนด์ขอ อย.ถึง 3 ครั้ง หากตนไม่ตามเรื่อง เรื่องนี้ก็จะหายเงียบไป ดังนั้นจึงต้องฝากทางผู้ใหญ่ให้ตรวจสอบ เพราะยังมียี่ห้อแบรนด์อื่นที่มีการนำเข้าผิดกฎหมายอีกเช่นกัน อยากให้ผู้กระทำผิดหยุดการกระทำดังกล่าว และหากแบรนด์ไหนประสบปัญหาเช่นเดียวกับแบรนด์ของตน อยากให้ออกมาร่วมมือกันเพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดต่อไป
น.ส.วิริฒิพากล่าวว่า ขณะนี้สินค้าปลอมที่อยู่ในตลาด ยังมีการใช้คลิปโฆษณาของแบรนด์ตน เพื่อโปรโมตสินค้าปลอม การทำธุรกิจกว่าจะได้การนำเข้าส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนต่อแบรนด์ตนและแบรนด์อื่นๆ ในความโชคดีที่พวกเราเป็นบุคคลหน้าสื่อ เรื่องจึงไม่เงียบ ต่อไปนี้ก็จะตามเรื่องต่อไปจนถึงต้นตอ เพราะสร้างความเสียหายให้ตน รวมถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อแบรนด์


