นักโภชนาการแจงข้อเท็จจริง กิน ‘ลิ้นจี่’ ตอนท้องว่างอันตรายจริงหรือ?

รศ.รัชนี คงคาฉุยฉาย

จากกรณีที่มีการศึกษาวิจัยถูกตีพิมพ์ในวารสารวิชาการทางการแพทย์ The Lancet ระบุว่าเด็กในรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เสียชีวิตจากการได้รับสารพิษในผลลิ้นจี่ที่มีชื่อว่าไฮโพไกลซิน (Hypoglycin) โดยสารพิษนี้จะไปต่อต้านกระบวนการสร้างกลูโคสในร่างกาย ส่งผลต่อเด็กเหล่านี้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งเด็กที่เสียชีวิตส่วนมากครอบครัวมีฐานะยากจน และไม่ได้รับประทานอาหารเย็น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ รศ.รัชนี คงคาฉุยฉาย ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สารไฮโพไกลซิน เอ ตามที่มีการรายงานในงานวิจัยดังกล่าวนั้น สารชนิดนี้จะมีมากในผลลิ้นจี่ที่ดิบ และจะลดปริมาณของสารลงไปเรื่อยๆ เมื่อผลมีการเจริญเติบโตเต็มที่ หรือเมื่อผลลิ้นจี่กึ่งสุกกึ่งดิบปริมาณสารนี้ก็จะลดลง และเมื่อผลสุกแล้วจะมีปริมาณสารไฮโพไกลซินอยู่ราว 0.1 พีพีเอ็ม (ppm) เท่านั้น จากที่ในผลดิบจะมีมากถึงหลักหมื่นพีพีเอ็ม และจะมีปริมาณสูงในเม็ดลิ้นจี่ ในประเทศแถบแอฟริกาจะมีผลไม้ชื่อแอกคี (ackee) ซึ่งมีสารไฮโพไกลซินสูงเช่นเดียวกับลิ้นจี่ดิบ

รศ.รัชนีกล่าวอีกว่า ในกรณีของเด็กอินเดียที่เสียชีวิตจากการรับประทานลิ้นจี่นั้น ไม่สามารถระบุได้ว่าลิ้นจี่ที่เด็กเก็บมากินจากผลที่ร่วงลงพื้นเป็นผลสุกหรือดิบ ที่สำคัญคือ เด็กอยู่ในภาวะขาดสารอาหาร ไม่มีอะไรกินเลย มื้อเย็นไม่ได้กินอะไร จึงมีกลูโคสในร่างกายน้อยไปด้วย โดยสารไฮโพไกลซิน เอ จะมีฤทธิ์เข้าไปกด ยับยั้งการสร้างน้ำตาลกลูโคสในร่างกายที่จะไปเลี้ยงสมอง ทำให้คนที่มีกลูโคสน้อยอยู่แล้วยิ่งไม่มีการสร้างกลูโคสไปเลี้ยงสมอง ส่งผลให้มีอาการปวดหัว คลื่นไส้ กระหายน้ำ รวมถึงเกิดภาวะเลือดเป็นกรด เป็นอันตรายและเสียชีวิต แต่หากได้รับในปริมาณไม่มากและเข้ารับการรักษาใน รพ.ได้ทัน ก็จะสามารถรักษาด้วยการให้น้ำเกลือแร่ ร่วมกับกินหรือฉีดกลูโคส

รศ.รัชนีกล่าวอีกว่า กรณีที่มีการระบุว่ากินลิ้นจี่ตอนท้องว่างทำให้เกิดอันตรายจากสารนี้นั้น เป็นเพราะเด็กกลุ่มนี้ไม่ได้กินอาหาร ร่างกายก็ไม่มีกลูโคสและไม่มีอาหารไปสร้างพลังงานให้กับร่างกายเป็นทุนอยู่แล้ว จึงใช้พลังงานจากลิ้นจี่เพียงอย่างเดียว ก็ส่งผลต่อร่างกายดังที่กล่าว สำหรับในเมืองไทย คนไทยไม่ต้องไปกังวล อย่าตื่นตูมกับเรื่องนี้มาก เพราะบ้านเราคนไม่ได้ขาดสารอาหาร ร่างกายยังสามารถสร้างกลูโคสได้ และไม่นิยมกินลิ้นจี่ที่เป็นผลดิบ

Advertisement

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า ในประเทศไทยยังไม่เคยพบรายงานการเสียชีวิตจากการกินลิ้นจี่ หรือเหตุการณ์ผิดปกติดังเช่นที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับรายงานข่าวดังกล่าว ขอให้ศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน เพราะข้อมูลวิชาการที่มีในปัจจุบันนั้น ชี้ว่าลิ้นจี่ที่สุกงอมแล้วสามารถกินได้ตามปกติ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image