พม. มอบโล่ ‘เจ้าสัวธนินท์’ ผู้สูงอายุแห่งชาติ 2567 ‘หลานม่า’ รับรางวัลหนังส่งเสริมครอบครัว
เมื่อวันที่ 5 เมษายน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “ผู้สูงวัย ศูนย์รวมใจของครอบครัว” พร้อมทั้งมอบรางวัลและโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สูงอายุแห่งชาติ พุทธศักราช 2567 แด่ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ณ ห้องวายุภักษ์แกรนด์บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
นายวราวุธ กล่าวว่า วันที่ 13 เมษายน ของทุกปี เป็น วันผู้สูงอายุแห่งชาติ และวันที่ 14 เมษายน ของทุกปีเป็น วันแห่งครอบครัว สำหรับปี 2567 กระทรวง พม. โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) และกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ได้กำหนดจัดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ภายใต้แนวคิด “ผู้สูงวัย ศูนย์รวมใจของครอบครัว” เพื่อสะท้อนถึงความสัมพันธ์และความผูกพันของสมาชิกทุกช่วงวัยในครอบครัวที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ ส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว อีกทั้งคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติได้คัดเลือกให้ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้สูงอายุแห่งชาติ พุทธศักราช 2567 เนื่องด้วย ที่ผ่านมา ท่านได้ช่วยเหลือสังคม ด้วยการขับเคลื่อนโครงการทรูปลูกปัญญา เป็นการมอบโอกาสการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม พร้อมสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เยาวชนของชาติ มาเป็นเวลากว่า 40 ปี

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณรางวัลด้านผู้สูงอายุและครอบครัว อาทิ ผู้สูงอายุที่เป็นแบบอย่างที่ดี (ระดับจังหวัด) บุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว สื่อสร้างสรรค์ด้านผู้สูงอายุและครอบครัว องค์กรเครือข่ายที่สนับสนุนงานด้านผู้สูงอายุ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ร่วมขับเคลื่อนและส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัว ภาพยนตร์ที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างผู้สุงอายุและครอบครัว ได้แก่ ภาพยนตร์เรื่อง “หลานม่า” และรางวัลอื่นๆ รวมกว่า 300 รางวัล

“สำหรับรางวัลผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2567 ที่มอบให้กับคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ผู้ที่เปรียบเสมือนแบบอย่างที่ดีให้กับหลายๆ คน ให้กับหลายๆ องค์กร ว่าคนหนึ่งคนนั้นจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับแผ่นดินไทยได้อย่างไร โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องอายุเท่าไหร่ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นเพศใดหรือสถานะใด”

“วันนี้กระทรวง พม. ได้ให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว การให้ผู้สูงอายุเป็นศูนย์รวมใจของครอบครัวนั้น เป็นการตอกย้ำความสำคัญที่กระทรวง พม. ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็ง สร้างเกราะกำบังให้กับครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ลูก ปู่ย่าตายาย หรือรุ่นหลาน แต่ละรุ่นนั้นรวมตัวกันอยู่ใต้ร่มชายคาเดียวกัน คือเอกลักษณ์ของสังคมไทย และเป็นคุณค่าที่เราควรจะอนุรักษ์และหวงแหนไว้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างสังคมให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น และเมื่อสังคมมีความเข้มแข็ง ประเทศไทยจะมีความเข้มแข็งมากขึ้นด้วย ดังนั้นผู้สูงวัยทุกคน ที่เปรียบเสมือนจุดรวมใจของคนในครอบครัวนั้น ท่านเปรียบเสมือนแม่เหล็ก เปรียบเสมือนหางเสือของครอบครัว ซึ่งถ้าหากว่าไม่มีผู้หลักผู้ใหญ่ในวันนั้น จะไม่มีคนรุ่นต่อๆ ไปในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะวันที่ 13 เมษายน และวันที่ 14 เมษายน แต่ควรจะให้ความสำคัญกับท่านในทุกๆ วัน” นายวราวุธกล่าว


