ศุภมาส สั่งด่วน ทีม DSS วศ.เฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ‘แม่น้ำโขง’-น้ำประปา รถบรรทุกกรดซัลฟิวริกคว่ำที่หลวงพระบาง

5.04.24 | 21:31 น.

ศุภมาส สั่งการด่วน ทีม DSS วศ.อว. เฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ‘แม่น้ำโขง’ และน้ำประปา รวมถึงผลกระทบประชาชน หลังเกิดเหตุรถบรรทุกพลิกคว่ำที่ ‘หลวงพระบาง’ ทำ “กรดซัลฟิวริก” กว่า 30 ตันรั่วลงแม่น้ำ

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า จากกรณีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศเตือนให้เฝ้าระวังผลกระทบคุณภาพน้ำในแม่น้ำโขง หลังจากที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) แจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถบรรทุกสารเคมีพลิกคว่ำ ส่งผลให้มี “กรดซัลฟิวริก” จำนวน 30 ตัน ไหลลงสู่แม่น้ำคาน บริเวณแขวงหลวงพระบาง เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา และจะไหลลงลุ่มน้ำโขงวันที่ 5 เมษายน ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ช่วงวันที่ 8 – 10 เมษายน 2567

พร้อมกับมีการประกาศแจ้งเตือนให้จังหวัดที่ติดลุ่มน้ำโขง ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำและเฝ้าระวังผลกระทบจากคุณภาพน้ำในแม่น้ำโขง รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนที่สัญจรและประกอบกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำโขง การประมงสัตว์น้ำ รวมทั้งผู้ที่อาศัยในพื้นที่บริเวณดังกล่าว

นางสาวศุภมาส กล่าวเน้นย้ำว่า ตนเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงคุณภาพชีวิตประชาชน ได้สั่งการด่วนให้ ทีม DSS หน่วยปฏิบัติการนักวิทยาศาสตร์เคลื่อนที่เร็ว กรมวิทยาศาสตร์บริการ ให้สนับสนุนเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ “แม่น้ำโขง” และน้ำประปา รวมถึงผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม

Advertisement

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวว่า ผลกระทบต่อสุขภาพของกรดซัลฟิวริกนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นอันตรายจากสัมผัสกรดที่มีความเข้มข้นสูง มีฤทธิ์กัดกร่อนทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ เสียหาย ซึ่งแนวทางแก้ไขปัญหา แม้เบื้องต้นประเทศไทยจะมีการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประสาน สปป.ลาว ในการบริหารจัดการน้ำเขื่อนไชยะบุรี เพื่อเจือจางสารเคมีแล้ว ซึ่งคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพแม่น้ำโขงในประเทศไทย

ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้สื่อสารให้ความรู้แนวทางการปฏิบัติตัวแก่ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหากสัมผัสแหล่งน้ำแล้วมีอาการระคายเคือง ผิวหนังไหม้ ปวดแสบปวดร้อน เกิดแผลพุพอง หรือตาพร่ามัว ตาแดง น้ำตาไหล ขอให้รีบไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและทำการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

สำหรับจากศูนย์ข้อมูลวิทยาศาสตร์ วศ.อว. กรดซัลฟิวริก (sulfuric acid) หรือกรดกำมะถัน ลักษณะทั่วไปจะเป็นของเหลวใสคล้ายนน้ำมัน ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น มีความหนืด จัดเป็นกรดแร่อย่างแรง ละลายในน้ำได้ดี เป็นเคมีภัณฑ์พื้นฐานที่มีการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเคมี

มีฤทธิ์กัดกร่อนวัตถุเกือบทุกชนิด ทำให้เกิดการระคายเคืองต่ออวัยวะสัมผัส มีพิษเฉียบพลันโดยการสูดดมโดยอาชีพที่ต้องสัมผัสกับไอหรือละออง โดยข้อมูลยังบ่งชี้ว่า ซัลฟิวริก ที่มีฤทธิ์กัดกร่อนอย่างรุนแรง สารละลายและกรดซัลฟิวริก ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ตา และเยื่อบุได้อย่างรุนแรงถ้าได้รับทางปาก เยื่อบุทางเดินอาหารตั้งแต่ปาก คอหอย หลอดอาหาร ผู้ป่วยจะปวดอย่างรุนแรง และไม่สามารถกลืนอาหารได้ เซลล์เยื่อบุของอวัยวะที่สัมผัสกับกรดซัลฟิวริกจะตายโดยแผลที่โดนซัลฟิวริก และเปลี่ยนเป็นสีขาวเทา แล้วจึงเปลี่ยนเป็นสีดำความเป็นพิษต่อร่างกายของกรดซัลฟิวริกมีดังนี้

หากผิวหนังสัมผัสโดยตรง ทำให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง ผิวหนังไหม้ ปวดแสบปวดร้อน และเกิดแผลพุพอง ดวงตา การสัมผัสโดยตรงกับของเหลว ไอ หรือหมอกควันของกรดซัลฟิวริก จะทำให้ดวงตาระคายเคือง พร่ามัว ตาแดง น้ำตาไหล กระจกตาเสียหาย และกรอกตาไปมาไม่ได้ ถ้าหากโดนดวงตามากๆ อาจทำให้เกิดการไหม้อย่างสาหัส จนถึงตาบอดได้

นายแพทย์รุ่งเรือง กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการประเมิน สถานการณ์ด้วยข้อมูลฐานวิทยาศาสตร์และสถานการณ์จริงพบว่าโอกาสเกิดอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่น่าจะอยู่ในระดับที่ต่ำมากๆอีกทั้งหน่วยงานต่างๆืได้เข้าแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ สิ่งสำคัญคือเน้นย้ำให้ประชาชนให้เข้าใจข้อมูลและอันตรายของกรดซัลฟิวริก รวมถึงงดการใช้น้ำและสัมผัสกับน้ำในแม่น้ำโขงในช่วงเวลาที่หน่วยงานในพื้นที่ได้แจ้งเตือนประชาชน