คพ.เผยผลตรวจสอบกากแคดเมียมฯ สมุทรสาคร เกินมาตรฐาน 248 เท่า ดินในโรงหลอม ค่าทะลักเกินเกณฑ์

5.04.24 | 23:31 น.

‘กรมควบคุมมลพิษ’ เผยผลตรวจสอบกากแคดเมียมฯ สมุทรสาครค่าเกินมาตรฐานกว่า 248 เท่า ผงะดินในโรงหลอม-โรงงาน-นอกรั้วค่าแคดเมียมสูงทะลักเกินเกณฑ์หนักมาก แต่ยังไม่ปนเปื้อนชุมชนระยะ 10 กม. ส่วนปนการปนเปื้อนแหล่งน้ำรอผลตรวจ ห่วงขนกลับจ.ตากหลุมฝังกลบเดิมถูกเปิดต้องตรวจสอบโครงสร้างวิศกรรม แนะฝังกลบในสมุทรสาคร-จ.ใกล้เคียง ลดความเสี่ยงจากการขนย้ายกากแคดเมียมและสังกะสีซึ่งมีปริมาณมาก สอบทานแล้วพบมีปริมาณ 3,000 ตัน

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. เฟซบุ๊กกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) โพสต์ข้อความระบุว่า คพ.เข้าร่วมตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กรณีการขนย้ายกากแคดเมียมและสังกะสี จากบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งประกอบกิจการหล่อและหลอมอะลูมิเนียมแท่ง อะลูมิเนียมเม็ดจากเศษอะลูมิเนียมและตะกรันอะลูมิเนียม (Scrap and Dross) ผลการดำเนินงานมีดังนี้ 1. เก็บตัวอย่างกากแร่แคดเมียมและสังกะสีและตัวอย่างคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้แก่ 1) กากแคดเมียมและสังกะสี 2) ดินภายในโรงงาน (ในโรงหลอมและนอกโรงหลอม) 3) เถ้าจากระบบบำบัดอากาศจากการหลอม 4) ดินบริเวณนอกโรงงาน 5) ไอระเหยสารเคมีในบรรยากาศ และ 6) น้ำทิ้ง

2. ผลการตรวจวัดในเบื้องต้น พบว่า 1) กากแคดเมียมและสังกะสี มีปริมาณแคดเมียม 24,884 มก./กก. ซึ่งถือเป็นของเสียอันตรายเนื่องจากมีปริมาณวัสดุเจือปนแคดเมียมสูงเกิน 100 มก./กก. (ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566) 2) ดินในโรงหลอม พบปริมาณแคดเมียม 7,159 มก./กก. ดินภายในโรงงานนอกโรงหลอมพบปริมาณแคดเมียม 31,584 มก./กก. และดินหน้ารั้วโรงงาน พบปริมาณแคดเมียม 2,838 มก./กก. ซึ่งทั้ง 3 จุด พบว่าสูงเกินเกณฑ์การปนเปื้อนในดินภายในโรงงาน (เกณฑ์การปนเปื้อนในดินภายในโรงงาน ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดเกณฑ์การปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินฯ พ.ศ. 2559 ต้องไม่เกิน 810 มก./กก.) 3) เถ้าจากระบบบำบัดอากาศจากการหลอม ตรวจไม่พบแคดเมียม 4) ดินบริเวณชุมชนด้านเหนือลมและท้ายลมในระยะ 10 เมตร ตรวจไม่พบปริมาณแคดเมียม และ 5) ตรวจไม่พบไอระเหยสารเคมีในบรรยากาศ 3. ได้มีการเก็บตัวอย่างน้ำ จำนวน 3 จุด ได้แก่ 1) รางระบายน้ำหน้าโรงหลอม 2) รางระบายน้ำหน้าอาคารสำนักงาน และ 3) คลองธรรมชาติ จะต้องนำเข้าตรวจในห้องปฏิบัติการซึ่งจะได้เร่งรัดผลโดยเร็ว

Advertisement

วันที่ 5 เม.ย. กรมควบคุมมลพิษ ได้มีการดำเนินการเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ 1. ประชุมหารือร่วมกับ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 3 (พิษณุโลก) สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 5 (นครปฐม) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร (ทสจ.สมุทรสาคร) และจังหวัดตาก (ทสจ.ตาก) เพื่อติดตามความก้าวหน้าและซักซ้อมเตรียมการให้การสนับสนุนทางเทคนิคในการวางแผนขนย้ายกากของเสียจากจังหวัดสมุทรสาครกลับมาฝังกลบแบบปลอดภัย ณ จังหวัดตาก ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1) จากการตรวจพบแคดเมียมในดินหน้ารั้วโรงงานบริษัท เจ แอนด์ บี เมททอล จำกัด จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งอาจจะติดไปกับล้อรถขนส่งได้ จึงมีข้อเสนอให้ มีการดูดฝุ่นและจัดเก็บดินปนเปื้อนเพื่อไปกำจัดอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ บริษัท เจ แอนด์ บี เมททอล จำกัด ได้หยุดประกอบกิจการชั่วคราวตามคำสั่งของอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร และไม่มีคนงานเข้าไปทำงานแล้ว

 

2) คนงานที่ปฏิบัติงานในโรงงาน จังหวัดสมุทรสาคร รวม 19 ราย เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2567 ได้รับการเก็บตัวอย่างปัสสาวะไปตรวจสอบแล้ว 11 ราย เหลืออีก 8 ราย ซึ่งจะมีการเก็บปัสสาวะเพิ่มเติมในวันที่ 9 เม.ย. 2567
3) ทสจ.สมุทรสาคร ได้ขอความรู้เรื่องการพิจารณาการปนเปื้อนของกากของเสียในสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อนำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครต่อไป

4) จากข้อเสนอให้มีการขนย้ายกากแคดเมียมและสังกะสีกลับมาฝังกลบแบบปลอดภัย ณ หลุมฝังกลบเดิม จ.ตากนั้น มีข้อห่วงกังวลด้านโครงสร้างทางวิศวกรรมของหลุมฝังกลบเนื่องจากมีการเปิดหลุมและใช้เครื่องมือหนักในการขุดกากแคดเมียมและสังกะสีออกไป จึงเสนอให้มีการตรวจสอบโครงสร้าง ทางวิศวกรรมดังกล่าวว่ามีความพร้อมในการดำเนินการฝังกลบแบบปลอดภัยอีกครั้งได้หรือไม่ อีกทั้งหากยังไม่มีความพร้อมควรดำเนินการจัดเตรียมอาคารจัดเก็บชั่วคราวอย่างไร หรือควรจัดเก็บไว้ในโกดัง ไปพลางก่อน เนื่องจากอาคารโกดัง บริษัทดังกล่าว จ.ตาก ได้รับการรื้อถอนหมดนานแล้ว

5) กรณีกากที่จะนำไปฝังกลบต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติของกากของเสีย (TTLC/STLC) และอื่น ๆ ในห้องปฏิบัติการ เพื่อประกอบการพิจารณาว่าต้องมีการดำเนินการบำบัดกากของเสียก่อนฝังกลบตามหลักเกณฑ์การฝังกลบแบบปลอดภัยอีกครั้งหนึ่งด้วยหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้ในระยะเวลาในการเตรียมการข้อ 2 และการตรวจคุณสมบัติกากเช่นว่านี้ อาจต้องใช้เวลาไม่สามารถดำเนินการรองรับการขนขนย้ายกากของเสียให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครกำหนดไว้ได้

6) การพิจารณาข้อจำกัดด้านความพร้อมด้านอุปกรณ์เครื่องมือในการติดตามตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จ.ตากและ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 3 (พิษณุโลก) รวมทั้งจังหวัดเส้นทางขนส่งที่มีระยะทางค่อนข้างไกลจากจ.สมุทรสาครและ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 5 (นครปฐม) ในพื้นที่รับผิดชอบเกี่ยวข้อง อาจไม่เพียงพอรองรับการเฝ้าระวังผลกระทบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการดำเนินการขนย้ายกากดังกล่าว

7) ดังนั้นเมื่อพิจารณาประเมินความพร้อมและความเป็นไปได้ตามเหตุผลดังกล่าวข้างต้นแล้วอาจมีความเสี่ยงในการดำเนินการและอาจล่าช้าไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด อาจต้องพิจารณาทางเลือกในการฝังกลบที่สถานกำจัดกากของเสียอื่นในจ.สมุทรสาครหรือจังหวัดอื่นที่ใกล้เคียง เพื่อลดความเสี่ยงจากการขนย้ายกากแคดเมียมและสังกะสีซึ่งมีปริมาณมาก

8.กรมควบคุมมลพิษได้ฝากประเด็นข้อพิจารณาต่าง ๆ ดังนี้นี้ ตามข้อ 4 – 7 ให้ ทสจ.ตาก และสมุทรสาคร นำเรียนปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อหารือร่วมกันประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับทางเลือกในการกำจัดกากที่กองเก็บอยู่ภายในโรงงานดังกล่าว

2. เก็บตัวอย่างดินบริเวณรอบโรงงานโดยขยายรัศมีการเก็บตัวอย่างจากเดิมในระยะไม่เกิน 10 เมตร ไปจนถึงระยะไม่เกิน 1 กม. ซึ่งตรวจไม่พบการปนเปื้อนของแคดเมียม ยกเว้น บริเวณหน้ารั้วโรงงาน พบแคดเมียมในระดับ 3,430 มก./กก. (สูงเกินเกณฑ์การปนเปื้อนในดินภายในโรงงาน ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดเกณฑ์การปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินฯ พ.ศ. 2559 ต้องไม่เกิน 810 มก./กก.)
3. สอบทานปริมาณกากแคดเมียมและสังกะสีกับอุตสาหกรรมจ.สมุทรสาครอีกครั้ง พบว่ามี
กากแร่บรรจุในถุงบิ๊กแบ็ก จำนวนทั้งหมด 2,000 ถุง คิดเป็นปริมาณ 3,000 ตัน