สืบนครบาลรวบตัวเฒ่าวัย 70 ล่วงละเมิดเด็ก 8 ขวบสิ้นสุดเสียงสะอื้นชวนขนลุกทุกคืน

6.04.24 | 18:52 น.

สืบนครบาลรวบตัวเฒ่าวัย 70 ล่วงละเมิดเด็ก 8 ขวบสิ้นสุดเสียงสะอื้นชวนขนลุกทุกคืน

เมื่อวันที่ 6 เมษายน ชุดสืบนครบาล ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายปิ๋วหรือตือ(สงวนนามสกุล) อายุ 70 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.1210/2567 ลงวันที่ 22 มีนาคม 2567 โดยกล่าวหาว่า “พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีฯเพื่อการอนาจาร, กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี, กระทำชำเราแก่เด็กอายุไม่เกิน 13 ปี และพาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร” ได้ที่หมู่บ้านการเคหะ ซ.นวมินทร์45

สืบเนื่องจากแม่ของผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายปิ๋วหรือตือ อายุ 70 ปี หลังได้รับรู้เรื่องราวอันสะเทือนใจของบุตรสาวที่ร้องไห้สะอื้นทุกค่ำคืน ภายในบ้านพักย่านนนทบุรี โดยในช่วงแรกผู้แจ้งไม่สามารถหาต้นตอของเสียงเป็นเวลานานหลายปีที่ได้ยิน จนกระทั่งกลางปี 2566 เมื่อลูกสาวคนเล็ก “น้องเอ” (นามสมมติ) วัย 13 ปี ที่ได้มาพูดกับผู้แจ้งว่า “หนูอยากย้ายบ้าน” ด้วยใบหน้าและท่าทางเศร้าหมอง ผู้แจ้งจึงได้ถามหาสาเหตุจนทราบว่า เสียงร้องไห้สะอื้นทุกค่ำคืนที่ได้ยินเป็นเสียงของ “น้องเอ” ที่แอบนอนร้องไห้มานานกว่า 4 ปี

โดยจุดเริ่มต้นของเรื่องราวย้อนไปตั้งแต่ปี 2561 ตอนนั้น “น้องเอ” อายุเพียง 8 ขวบ เป็นตอนที่แม่ของน้องเอได้พบรักกับแฟนใหม่ และมักจะไปมาหาสู่ที่บ้านของฝ่ายชายเป็นประจำ ซึ่งทุกครั้งที่ไปก็จะพาน้องเอไปด้วย ด้วยในบ้านฝ่ายชายดูไม่มีภัยใดๆเพราะนอกจากตัวแฟนใหม่ของแม่ก็มีเพียงพ่อและแม่วัยชราของฝ่ายชายอยู่ด้วย แต่จุดเริ่มต้นที่แท้จริงนั้น เกิดขึ้นเมื่อแม่ของน้องเอและแฟนใหม่ออกไปข้างนอก ในวันนั้นนายปิ๋ว หรือ “ป๋าตือ” ชายชราวัย 70 ปี ได้ชักชวนน้องเอลงจากบ้านเพื่อไปซื้อขนม แต่เมื่อถึงชั้นล่างกลับลวงเข้าไปห้องครัวแล้วจับถอดเสื้อก่อนลงมือข่มขืนในห้องครัว ด้วยความกลัวน้องเอไม่กล้าขัดขืนและส่งเสียงร้องเพราะขณะกระทำชำเรา ชายชราวัย 70 ได้หยิบมีดในห้องครัวและขู่ว่าหากบอกใครจะถูกฆ่า หลังจากนั้นน้องเอก็ถูกกระทำเช่นนี้เรื่อยมาเป็นเวลากว่า 5 ปี จนกระทั่งอายุ 13 ปี ด้วยคำขู่และภาพจำทำให้น้องเอทำได้แค่ร้องไห้เบาๆในทุกคืน

หลังทราบเรื่องทั้งหมด ผู้แจ้งได้พาน้องเอเข้าแจ้งความดำเนินคดีก่อนจะเก็บข้าวของออกจากบ้านฝ่ายชายในทันที หลังรับแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการออกหมายจับ นายปิ๋ว หรือตือ อายุ 70 ปี เจ้าของคณะเชิดสิงโตย่านดินแดง แต่เจ้าตัวไหวตัวทันหลบหนีขนของออกจากบ้านพักแล้วหายเข้ากลีบเมฆไปในทันที อีกทั้งเจ้าตัวยังมีคนคอยส่งซิกให้ ทำให้รอดตัวได้จนถึงปัจจุบัน

Advertisement

จนเรื่องนี้ถึง พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. จึงได้ส่งชุดสืบนครบาลลงพื้นที่ไล่ล่าในทันที แต่งานนี้ไม่ง่ายเพราะคนร้ายมีทักษะต่อต้านการสืบสวน ทำให้ต้องใช้เวลาเกือบ 2 สัปดาห์ จนกระทั่งช่วงเช้าของวันที่ 5 เม.ย. 67 ขณะที่ชุดสืบสวนจ่ายค่าอาหารในตลาดย่านนวมินทร์ ได้ทำเงินหล่นไปบนพื้น ตอนก้มเก็บเหลือบเห็นขาของวัยรุ่นคนหนึ่งสวมเกี๊ยว (อุปกรณ์กันกระแทกของคนเชิดสิงโต) ทำให้ชุดสืบสวนเอะใจจึงสะกดรอยตามไป นำมาสู่การพบและจับกุมตัวคนร้ายได้ในที่สุด

ในชั้นจับกุม นายปิ๋ว หรือ ป๋าตือ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนเป็นคนกรุงเทพฯ ก่อนหลบหนีได้อาศัยอยู่ที่บ้านเช่าใกล้ศาลเจ้า ย่านดินแดง ซึ่งตนมีความคลุกคลีกับคณะแสดงเชิดสิงโตที่ศาลเจ้ามาตั้งแต่เด็ก จนช่วงอายุ 7 ขวบ ตนได้มีโอกาสได้เข้ามาเป็นเด็กฝึกหัดเชิดสิงโตที่คณะสิงโตชื่อดังและได้พัฒนาฝีมือจนได้แสดงในงานเทศกาลและงานสำคัญต่างๆเรื่อยมา จนย่างเข้าอายุ 30 ปี ตนได้เปิดคณะเชิดสิงโตเป็นของตนเอง นับแต่ก่อตั้งคณะตนได้ส่งเสียดูแลเด็กๆและคนในคณะห้าสิบกว่าชีวิตจนกระทั่งลูกชายคนโตของตนได้รู้จักกับ ผู้แจ้ง ซึ่งเป็นนักแสดงในคณะ และตกลงใช้ชีวิตกันฉันสามีภรรยาโดยที่ผู้แจ้งได้พา น้องเอ ซึ่งเป็นลูกสาวมาอาศัยอยู่ที่บ้านเช่าย่านดินแดง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ฝึกงานแสดงของคณะและใช้เป็นบ้านพักอาศัยของคนในครอบครัว ทำให้ตนได้รู้จักกับ น้องเอ จนกระทั่งเกิดเรื่องที่ตนถูกกล่าวหาว่า ข่มขืนกระทำชำเรา ตนได้ทราบจากคนรู้จักว่าถูกออกหมายจับคดีอนาจารเด็ก ทำให้ตนจำเป็นต้องหนีเนื่องจากกลัวความผิด และได้ย้ายไปอยู่อาศัยกับคนรู้จักที่อยู่ในแวดวงคณะเชิดสิงโตเรื่อยมา จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567 ตนได้ย้ายมาอยู่อาศัยกับคนรู้จักที่เป็นเจ้าของคณะเชิดสิงโตย่านลาดพร้าว ซึ่งตนได้พักอาศัยที่บ้านของคนรู้จักเป็นระยะเวลา 4 วัน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2567 ทั้งนี้เรื่องทางคดีตนเองถูกแบล็คเมล เพราะแม่ของเด็กนั้นร้ายกาจ ชอบให้ลูกของตัวเองไปอยู่ใกล้ผู้ชายแล้วไปเรียกเงินจากเขา ส่วนที่ตนเองหนีนั้นเพราะทราบว่าตนเองถูกแจ้งความและถูกออกหมายจับ ตนก็เลยหนีมาแอบที่ๆไม่มีใครรู้แม้กระทั่งญาติสนิทของตนเอง โดยจะตั้งหลักเพื่อรอเคลียกับทางฝ่ายเด็กผู้หญิงให้ถอนแจ้งความ”

หลังจับกุมตัว ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า “เราไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของคนร้าย ถึงแม้คนร้ายเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในวงคณะเชิดสิงโต ไม่มีเหตุผลใดที่เด็กสาวผู้เสียหายจะต้องโกหกอีกทั้งมีพยานหลักฐานอื่นๆยืนยันถึงการกระทำผิดของคนร้าย จึงนับว่าน่าหดหู่ใจอย่างยิ่งที่สถานที่ปลอดภัยที่สุดของเด็กๆ กลับกลายเป็น “นรกบนดิน” ที่สร้างสมฟูมฟักบาดแผลหยั่งลึกลงในใจของเด็กน้อยไปนานแสนนาน ผมขออวยพรให้น้องผู้เสียหายมีกำลังใจที่เข้มแข็งผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายในอดีต และขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ให้สอดส่องพฤติกรรมของบุตรหลานท่าน อย่าได้นิ่งดูดายเพราะพวกเขาอาจจะประสบอยู่กับเรื่องเลวร้ายเช่นนี้อยู่ก็เป็นได้”

หากทราบเบาะแสโปรดแจ้งข้อมูลมาที่เพจ “สืบนครบาล IDMB” เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพราะแม้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท. ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.