เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ศูนย์ประสานงาน เพจสายไหมต้องรอด นางฐิติรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี พร้อมบุตรสาวเข้าร้องขอความช่วยเหลือว่าถูกตัวแทนบริษัทประกันชื่อดังยักยอกเงินสินไหมทดแทนที่อดีตสามีเสียชีวิตไปจำนวน 1,500,000 บาท นางฐิติรัตน์ กล่าวว่าแต่งงานอยู่กินกับนายภาณุพงศ์ สามีมีบุตรด้วยกัน 2 คน ต่อมาปี 2565 สามีเสียชีวิตด้วยอาการโรคหัวใจวายเฉียบพลันที่จังหวัดยโสธร จึงรับศพอดีตสามีมาทำพิธีศพที่จังหวัดนนทบุรี โดยมารดาสามีจำได้ว่าสามีทำประกันอุบัติเหตุไว้ของบริษัทประกันแห่งหนึ่งจึงเอาบัตรประชาชนไปตรวจสอบพบว่ามีจริง โดยผู้ได้รับผลประโยชน์คือลูกคนละครึ่ง โดยลูกต้องเป็นผู้ร้องเรียนเพื่อรับเงิน กระทั่งตัวแทนบริษัทประกันชีวิตที่สามีทำไว้เรื่องรับผลประโยชน์ โดยติดต่อตัวแทนมาตลอดจนเกิดความสนิทสนมไว้ใจ ต่อมาวันที่ 30 ม.ค.67 ประกันอนุมัติให้มารับเงินจำนวน 5.5 ล้านบาท โดยตัวแทนคนดังกล่าวเสนอไปรับเงินให้พร้อมนัดไปเปิดบัญชีที่ธนาคารในห้างสรรพสินค้าย่านฝั่งธน โดยแบ่งเป็น 4 บัญชีเป็นบัญชีลูกสาว บัญชีลูกชาย บัญชีตน และบัญชีร่วมระหว่างตนกับตัวแทนประกัน โดยบัญชีร่วมระหว่างตนกับตัวแทนประกันมีเงินฝาก 1,500,000 บาท
นางฐิติรัตน์กล่าวว่า ภายหลังนำเงินลูกไปซื้อบ้านที่ย่านรามอินทราและต้องการเงินมาตกแต่งบ้านจึงติดต่อกับตัวแทนประกันเพื่อขอเบิกเงิน 700,000 บาท ส่วนยอดเงินจำนวนที่เหลือจะนำไปซื้อประกันตามที่ตัวแทนร้องขอไว้แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ตนนัดหมายกับตัวแทนไปที่ธนาคารที่เปิดบัญชีไว้เพื่อเบิกเงินแต่ตัวแทนโอนเงินเข้าบัญชีตัวเองอ้างว่าจะโอนเงินมาให้ตนภายหลังและปิดบัญชีจากนั้นไม่สามารถติดต่อกับตัวแทนได้อีกและท้าทายไปออกรายการทุกสถานีตนจึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ทองหล่อ แต่คดีไม่มีความคืบหน้าจึงเข้ามาขอความช่วยเหลือกับทางเพจสายไหมให้ช่วยติดตามเร่งรัดคดี

