พล.ต.อ.เอก เผย ‘บิ๊กต่าย’ พลีชีพกอบกู้วิกฤตองค์กร สั่งปราบตร.รับส่วยเว็บพนัน

7.04.24 | 17:16 น.

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ คณะกรรมการข้าราชการตำรวรจ(ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aek Angsananont (พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์) ว่า


เรื่องราวตำรวจกับการรับส่วยพนันออนไลน์ และการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนต่อไป

ปรากฏเป็นข่าว ตำรวจตั้งแต่ ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. คนในครอบครัวลูกน้องคนสนิท ถูกกล่าวหา ถูกดำเนินคดี เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดการพนันออนไลนส์ มากมายหลายคน และมีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนต่อไปด้วย

นับเป็นประวัติการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ก่อให้เกิดวิกฤตศรัทธาประชาชนที่มีต่อตำรวจ ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง

Advertisement

โลกหยุดหมุนมาอยู่ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาตินับสัปดาห์แล้ว และคาดว่าจะยืดเยื้อต่อไปอีกนาน ทั้งการดำเนินคดีอาญาและการดำเนินการทางวินัย (อาจหลายปี)

เรื่องส่วยจากเว็บพนันกับตำรวจ มีนายตำรวจท่านหนึ่งได้เปรียบเปรยเสมือนคำกล่าวที่ว่า “ถนนตัดใหม่ สุนัขมักจะถูกรถชนตายจำนวนมาก” จริงหรือไม่คงต้องพิจารณาดู

มีการเปิดเผยข้อความที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.ที่จะต้องมากอบกู้สถานการณ์อันวิกฤตนี้ กล่าวกับนายตำรวจระดับสูง เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2567

เปิดใจรองต่าย รรท.ผบ.ตร.ปลุกจิตวิญญาณตำรวจ ให้คำมั่นจะนำพาองค์กรอย่างถูกต้อง ฯลฯ เผยแพร่ไปทั่ว ข้อความดังนี้

“ท่าน จตช., รอง ผบ.ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จชต., ผบช., ผบก. และหัวหน้าสถานีตำรวจ ทุกท่าน

ในการปฏิบัติหน้าที่และการจับกุมสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ ซึ่งเรากำลังเดินหน้าทำงานกันอย่างหนัก เพื่อรักษาองค์กรภาพลักษณ์ ชื่อเสียงของเราไว้ และหลุดพ้นจากคำประณาม ว่า

– “ตำรวจถึงยุคตกต่ำที่สุด“
– “ตำรวจเป็นอาชีพที่ไม่ต่างอะไรจากโจร”

“ในฐานะที่ผมเป็นตำรวจคนหนึ่ง มันเจ็บปวดแสนสาหัสกับประโยคเหล่านี้อย่างที่สุดครับ

ณ เวลานี้ขอให้ท่านในฐานะผู้นำหน่วย หันกลับมามององค์กรและอาชีพที่เราเป็น ที่เรารัก และเกิดมาเพื่อเป็นตำรวจ

ขอได้โปรดช่วยกันขับเคลื่อนทุกวิถีทาง ที่จะสร้างความเชื่อมั่น และศรัทธาให้เกิดแก่พี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง

การประพฤติปฏิบัติ ความเอาใจใส่ ดูแลพี่น้องประชาชนในทุกระดับ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากที่จะสร้างศรัทธา

การปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามการจับกุมสิ่งผิดกฎหมายใดๆ อย่าเข้มข้น และไม่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือรับผลประโยขน์โดยมิชอบ จะเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่น และไว้วางใจต่อตำรวจ

และหากความผิดใดที่เข้าข่ายความผิดมูลฐาน ที่ต้องบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้กระทำผิด ต้องให้ฝ่ายสอบสวนนำมาตรการการตรวจ การยึดทรัพย์ และกฎหมายฟอกเงินมาใช้ให้เด็ดขาดและจริงจังกับผู้กระทำผิด
เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างศักดิ์สิทธิ์

ผมในฐานะของรักษาการ ผบ.ตร. ขอให้คำมั่นว่า ในห้วงเวลาที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ ผมจะมุ่งมั่นทำงาน นำพาตำรวจไปในทิศทางที่ดีงาม ถูกต้อง สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้เกิดขึ้นแก่พี่น้องประชาชนให้ได้ โดยไม่มีความคิด หรือความทะเยอทะยานหรือความมุ่งหวัง ที่อยากจะเป็นผู้นำองค์กรเลยแม้แต่น้อย

และหากผมต้องสูญเสียหน้าที่การงานหรืออาชีพที่ผมรัก ด้วยการรักษาความถูกต้อง ความดีงาม ความชอบธรรมให้องค์กรหรืออาชีพของเรา ผมก็พร้อมรับสิ่งที่เกิดขึ้นครับ”

คำกล่าวของ รรท.ผบ.ตร. ทำให้ผมนึกถึงคำกล่าวของพล.ต.ท.ปัญญา เอ่งฉ้วน กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.)ได้กล่าวถึงคำพูดและการกระทำของผู้บังคับบัญชาไว้ดังนี้

“ลูกน้องเขาจะดูนายทำ มิใช่ดูที่นายพูด การกระทำมักจะดังกว่าคำพูดเสมอ”

ผมก็หวังว่า รรท.ผบ.ตร.จะได้ทำตามที่พูดไว้เพื่อกอบกู้องค์กรตำรวจ และการกระทำนั้นจะดังกระฉ่อนไปทั้งประเทศอย่างแน่นอน

ขออัญเชิญคุณพระนิรันตราย พระประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้โปรดดลบันดาลปกป้องคุ้มครองให้ รรท.ผบ.ตร.และพี่น้องตำรวจทุกนาย ได้ปฏิบัติการปัดกวาดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สำเร็จลุลวงไปด้วยดีโดยพลัน กอบกู้วิกฤตศรัทธา เพื่อทำให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่นในการเป็นตำรวจของประชาชนต่อไป